9 ข้อที่ไม่ค่อยมีคนพูดถึงของการเป็น “เทรดเดอร์”

ตอนเรียนอยู่มหาลัยผมมีความสนใจในเรื่องหุ้นเอามากๆ ณ เวลานั้นการศึกษาหาความรู้จากหนังสือกับข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตมันไม่เพียงพอ ผมจึงเริ่มที่จะมองหาคอร์สเรียนเรื่องเทคนิคหุ้นต่างๆตามที่เขาเปิดสอนกัน แต่แม่เจ้า !!! คอร์สแต่ละที่นี่ราคามันโครตแพงเลย 10,000 up ทั้งนั้น นักศึกษาอย่างผมจะเอาปัญญาที่ไหนไปเรียนฟร่ะ – –

แต่แล้วก็เกิดปิ๊งไอเดีย คิดว่าไอห้องสัมมนาอย่างน้อยๆมันก็ต้องมีเด็กเช็ดโต๊ะมั้งละวะ จึงแบกหน้าไปสอบถามงานขอสมัครเป็น part time ดูแลความเรียบร้อยในคอร์ส และเนื่องจากเราพอมีความรู้เรื่องหุ้น แถมด้วยความถ่อมตัวของการเป็นนักศึกษา ผมจึงโชคดี ได้ทั้งงาน ได้ทั้งการเรียนในคอร์สแทบจะเทียบเท่ากับผู้เรียน

ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ที่ผมวนเวียนกับองค์กรด้านการลงทุน ผมได้เรียนรู้เรื่องหุ้นแทบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคพื้นฐาน ไล่ไปจนถึงเทคนิคขั้นสูง

ด้วยความรู้ที่มี + winning ratio (% การชนะ)ที่สูง ทำให้เกิดอีโก้ “อยากรวยเร็วเว้ยเฮ้ย” จึงสิ้นคิดเอาเงินค่าเทอมปีสุดท้ายมาอัดลงพอร์ต ไม่ยอมทำตามแผน แถมยัง day trade เล่นค่าเงิน เล่นหุ้นลูก เล่น DW ผลสุดท้าย เจ๊ง !!! แถมยังต้องเรียนซ้ำปีอีก ถุ้ยชีวิต กว่าจะตั้งสติกับมาเข้าตลาดได้ก็เกือบ 1 ปี

สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ ทุกวันนี้การเล่นหุ้นมันเป็นเทรนด์อย่างหนึ่งนะ และภาพที่เห็นกันในโซเชียลต่างก็นำเสนอกันแต่ด้านดีๆทั้งนั้น ก็เลยอยากจะฝากบอกไว้หน่อยสำหรับคนที่อยากจะเข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้น เพราะวงการนี้แท้จริงแล้วมันโหดอยู่พอสมควร

เทรดเดอร์ มืออาชีพเค้ามี mindset กันอย่างไร

1. ระยะแรกของเทรดเดอร์มือใหม่คือช่วง Survivor

เป็นไปไม่ได้ที่คุณจะรวยจากการเก็งกำไรในระยะเริ่มแรก ยิ่งทุนเยอะคุณต้อง “เล่นโดยรักษาฐานทุนไม่ได้เน้นทำกำไร” ถ้าเข้ามาแล้วขาดทุนหนัก หรือได้ทุนแบบงงๆ มันจะมีผลต่อจิตวิทยาเป็นอย่างมาก คุณต้องคิดว่าทำอย่างไรถึงจะอยู่ศึกษาตลาด ศึกษาพฤติกรรม ศึกษาเทคนิคให้คล่องโดยไม่เจ๊งซะก่อน อย่าพึ่งรีบรวย

2. Full time trader ฝันไปหรือเปล่า

2 ปีก่อนผมเทรดเต็มเวลาจริง ตื่นเช่ามาเปิดคอม ชงกาแฟ ดูหุ้น dw, warrent เย็นกินข้าว ค่ำ forex ให้ตายเหอะ สนุก ไม่อยากให้มีเสาร์-อาทิตย์เลย ชีวิตเหมือนจะดีนะ แต่ถ้าวันไหนขาดทุน หรือหาเงินจากตรงนี้ไม่ได้นี่บอกตรง โครตเครียดเลย

ยิ่งถ้ามีภาระ(ครอบครัว, ค่าใช้จ่าย) ก็จะยิ่งกดดันมากขึ้นไปอีก ยังไม่รวมสภาวะอารมณ์อีกนะ แหมชีวิตคุณจะมีวันดีๆทุกวันเลยหรอไง มันต้องมีสักวันมั่งละที่อารมณ์เสียทะเลาะกับแฟนไรงี้ ในเมื่อ feel มันไม่ให้ เจอแรงกดดัน ต่อให้ฝีมือดีก็เหอะ …

3. การห้ามตัวเองไม่ให้เทรดคือสิ่งสำคัญ

ในสภาวะตลาดบางช่วงมันเล่นไม่ได้จริงๆนะ sideway แคบๆยาวๆ ตลาดซึม บางทีเป็น 2 อาทิตย์ เป็นเดือน จริงๆมันก็เล่นได้นั่นแหละ แต่จะคุ้มหรือเปล่านั่นอีกเรื่อง

ยิ่งไปพยายามเราก็จะยิ่งหาท่ายากมาเล่น ได้ก็น้อย เสี่ยงก็เยอะ โครตเสียเวลา คุณต้องยอมรับในสถานการณ์ที่รบไม่ได้ ยอมสงบศึก ต้องรู้จักอดทนรอท่าที่ตนเองถนัด เล่นหวังรวย ไม่ได้เล่นเอามัน คนที่ได้กำไรหนักๆที่ผมเห็นมักจะเทรดน้อยครั้งเสมอ

4. เทรดเดอร์ไม่ใช่พวกนั่งเฝ้าหน้าจอทั้งวัน

ทุกอย่างมีแผนการ มีการคำนวณ Reward to risk มีการวาง Position size ยิ่งถ้ามัวแต่ไปเฝ้ามองหุ้นบ่อยๆ พอราคามันร่วงลงมาหน่อย เห็นกำไรหาย ใจคุณก็จะหายแว่บๆ อาจจะทำให้เผลอกดขาย ผีผลัก อะไรก็ว่ากันไป ทำให้ขายหมู ขายเสร็จเด้งใส่หน้า แผนผังหมด

แล้วอย่ามาคิดว่าตัวเองจะใจแข็งได้นะ คนเราจะหวาดกลัวความสูญเสียมากเมื่อเห็นกำไรหาย(ยิ่งเงินเยอะก็ยิ่งเสียว) เฝ้าหุ้นทั้งวันส่วนใหญ่ได้กำไรน้อย มันจะเจอแรงกดดันของการพยายามสร้างกำไร จึงทำให้อดทนรอไม่ได้ คุณต้องอย่าไปมองมันมาก ยึดตามแผนให้มั่นเข้าไว้แล้วตลาดจะให้รางวัลกับคุณเอง

5. การลงทุนระยะยาว ผลตอบแทนดีกว่าเสมอ

เป็น VI ถือห่านทองคำยังไงก็รวยกว่า วางเงินเต็มได้ มีปันผล growth upside ไม่จำกัด ส่วนต่างเยอะ ถือยาวหายห่วงไม่มีวันหมดอายุ ป่วย ลาพักร้อน งานบวชก็สบายใจ หวังรวยได้

เป็นเทรดเดอร์เก็งกำไรส่วนต่างระยะยาวจะได้น้อย product หลายอย่างมันอาศัย leverage สั้นๆได้จริง แต่มันมีวันหมดอายุ วางเงินเต็มไม่ได้ ไม่มีปันผล เล่นเก็งกำไรทำรอบ หยอดกระปุก สร้างกระแสเงินสดอะไรก็ว่ากันไป

6. เทรดเดอร์ซื้อเพราะคุ้ม ไม่ได้มองว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง

แรกๆเป็นกันทุกคนครับ เราจะพยายามคาดการทิศทาง “ซื้อเพราะมองว่ามันจะขึ้น ขายเพราะมองว่ามันจะลง” ซึ่งมันก็ make sense ดี แต่ถ้าคุณอยากจะได้กำไรเยอะๆ คุณต้องให้น้ำหนักความคุ้มค่าเป็นสำคัญ

เพราะในความเป็นจริงคุณชัวร์แน่หรือว่ามันจะขึ้นหรือลงจริง ??? คุณไม่รู้หรอกครับ ไม่มีใครรู้ แต่สิ่งที่เราจะรู้ได้แน่ชัดก็คือ “ถ้าถูกทางเราจะได้เยอะกว่าเสีย” ถูกทาง reward จะต้องเยอะหน่อย ผิดทางก็ตัด stop ไป คิดแค่นี้จริงๆ

7. ฝีมือจริงๆ คือฝีมือในการควบคุมความเสี่ยง (trade risk)

เทรดเดอร์ไม่ได้มองหาผลตอบแทนที่สูง แต่มองหาจุดที่ปลอดภัย เราซื้อหุ้นตัวนี้วางเดิมพัน 10 บาท ถ้าได้ ต้องได้ 13 เป็นอย่างต่ำ ถ้าเสีย เราจะยอมเสียเหลือแค่ 9 (reward to risk 3:1)หากทำอย่างนี้่ได้ทุกครั้ง คุณเทรด 100 ครั้ง ผิดทางโดน stop 70 ครั้ง คุณก็ยังกำไรเพิ่มขึ้นจากเงินต้นสูงถึง 40 %

มันได้เงินแน่ชัดอยู่แล้ว คุมความเสี่ยงได้ชัวร์กว่า เราสามารถควบคุมความเสี่ยงก่อนที่จะซื้อได้ หลังซื้อเราทำหอกอะไรไม่ได้แล้ว ฉะนั้นขอเล่นในจุดที่ได้เปรียบไว้ก่อนดีกว่าไหม

8.โลกของการเก็งกำไรไม่มีเทพหรือเซียนมีแต่ “มาร”

ผมเห็นใน FB บ่อยมาก ไอที่โฆษณาสอนคอร์สหุ้นขั้นเทพกำไรเป็นแสนเป็นล้าน หรือแม้กระทั้งเอา indicator มาขาย พร้อมกับตัวอย่างที่ยกมาเหมือนจะทำให้เราเข้าใจว่า “ทำแบบนี้แล้วจะได้ผล ไปเรียนมาแล้วจะได้ผล” ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วมันมีโอกาสที่จะไม่ได้ผลสูง

 พวกข้อมูลก็เหมือนกัน โดยเฉพาะข้อมูลหรือ content ที่มาจากเซียน มันมีโอกาสผิดพลาดได้ การเก็งกำไรคือการกินส่วนต่างของคนอื่น คุณปล่อยของไปก็ต้องมีคนรับ คุณได้คนอื่นก็ต้องเสีย

คุณถึงต้องเชื่อในตัวเองให้มากๆ ดังที่พระพุทธเจ้าสอนเอาไว้ว่า “อย่าเชื่อ แม้สมณะนั้นจะเป็นถึงอาจารย์ แต่ให้เชื่อปัญญาของตัวเอง”

9. โจทย์ในการลงทุนสำคัญสุด

ผมเริ่มต้นเก็งกำไรตอนเป็นนักศึกษา ผมมีขนาดทุนน้อย มีเวลา มีความรู้ แต่ไม่มีประสบการณ์ ผมจึงตั้งโจทย์การลงทุนหรือ Investment profiling เป็นแบบนี้

ทำกำไรเพื่อหยอดกระปุกจากการเทรดสั้นๆ(แต่ขอสม่ำเสมอ) ไม่เอา capital gain จากการถือยาว ไม่รันเทรด เน้นเอาเงินน้อยไปงัดเงินมาก Product ที่ผมจะเล่นคือ หุ้นลูก(warrant) , DW, Forex

ส่วนวิธีการก็อาศัยเครื่องมือสำหรับเล่นสั้น ดู chart เทคนิค ดู bid-offer เล่นข่าว ใช้แต่พวก lagging indicator , harmonic pattern สำหรับค่าเงิน และเหนือสิ่งอื่นใดคือรักษา “ระเบียบวินัย” ในการทำ money management

พอโจทย์ชัดเจนทุกอย่างจบ จะหาหุ้นเล่นก็ง่าย จะศึกษาหาเครื่องมือมาใช้ก็ง่าย มีท่าไม้ตายของตัวเอง เก่งในแบบที่เป็นเรา เรื่องโจทย์ในการลงทุนสำคัญสุด ควรต้องเข้าใจเป็นอันดับแรกก่อนการใช้ indicator เสียอีก แต่กลับไม่ค่อยมีใครสนใจพูดถึงกันเลย

สำหรับบทความนี้คือทัศนคติที่มีต่อการเป็นเทรดเดอร์ของตัวผมเองโปรดเลือกเอาคำแนะนำที่ดีที่สุดไปใช้เท่านั้น ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรทั้งสิ้น


 

Facebook Comments

Comments

Leave A Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.