“เทคนิคหุ้น” กับความจริงที่ไม่เคยมีใครกล้าบอกคุณ

ย้อนไปช่วงปี 2014 สมัยผมยังเรียนอยู่มหาลัย ผมมีความสนใจในเรื่องของการเล่นหุ้นแบบเก็งกำไรเอามากๆ ณ เวลานั้นการศึกษาเทคนิคหุ้นจากหนังสือกับข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตไม่เพียงพอต่อความต้องการ ผมจึงเริ่มที่จะมองหาคอร์สเรียนตามที่ต่างๆ แต่แม่เจ้า !!! คอร์สแต่ละที่นี่ราคามันโครตแพงเลย 10,000 up ทั้งนั้น นักศึกษาอย่างผมจะเอาปัญญาที่ไหนไปเรียน – –

แต่แล้วก็เกิดปิ๊งไอเดีย คิดว่าไอห้องสัมมนาตามคอร์สเรียนเนี่ย อย่างน้อยๆมันก็ต้องมีเด็กเช็ดโต๊ะมั้งล่ะวะ จึงแบกหน้าไปสอบถามงานขอสมัครเป็นคนดูแลความเรียบร้อยในคอร์ส และเนื่องจากเราพอมีความรู้เรื่องการลงทุนมาบ้าง แถมด้วยความถ่อมตัวของการเป็นนักศึกษา ผมจึงโชคดีได้ทั้งงาน ได้ทั้งการเรียนรู้แทบจะเทียบเท่ากับผู้เรียน

เทคนิคหุ้น ได้ผลจริงหรือ ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปี ที่ผมวนเวียนอยู่กับองค์กรที่สอนด้านการลงทุน ผมได้เรียนรู้เรื่องหุ้นแทบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคพื้นฐาน ไล่ไปจนถึงเทคนิคขั้นสูง อะไรที่เรียนไปแล้วก็เรียนซ้ำอีก ความรู้ทางทฤษฎีในตอนนั้นสำหรับผมถือว่าแน่นปึ้กเอามากๆ

แต่แล้วพอถึงเวลาลงสนามจริง ด้วยความคาดหวังแบบเต็มเปี่ยมที่อยากจะรวย ผมงัดเทคนิคหุ้น งัดทุกกระบวนท่าวิชานำมาใช้กับตลาด ถึงตอนนี้คุณอาจกำลังคิดว่า ผมจะต้องทำกำไรจากตลาดได้ดีแน่ๆ แต่เปล่าเลยครับ ผลสุดท้ายกลับเจ๊งไม่เป็นท่า

หากแต่มีคนเคยบอก “เล่นหุ้นต้องมีความรู้” ซึ่งมันก็ถูก แล้วทำไมผมถึงเจ๊งล่ะ คนอื่นก็มีความรู้กันทั้งนั้นทำไมถึงยังไม่สามารถสร้างความร่ำรวยจากตลาดหุ้นได้ ??? ลองมาดูสิ่งที่ผมกำลังจะบอกดีกว่า ในฐานะคนๆนึงที่เคยศึกษาเทคนิคหุ้นมาแบบเอาเป็นเอาตาย ว่าแท้จริงแล้วมันมีเงื่อนไขอะไรซ่อนอยู่กันแน่เทคนิคหุ้น อาจไม่ได้ผลอย่างที่คิด

เทคนิคหุ้น รู้มาก = ความคาดหวังมาก

สัญญาณอันตรายมันเริ่มมาจากการที่ผมเล่นหนักขึ้นเรื่อยๆ จากตอนแรกวาง stop ไว้ที่ 3% แล้วก็เพิ่มไปเป็น 10 % จนใส่หนักขึ้นถึง 20-30% ต่อการตัดขาดทุน 1 ครั้ง แล้วทำไมผมถึงกล้า overtrade ?

…เพราะผมโลภหรอ …แน่นอน เล่นหุ้นต้องหวังเอารวยสิ ตอบแบบหน้าไม่อาย และหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้ผมกล้าจัดหนัก นั่นก็เพราะผมค่อนข้างมั่นใจใน technical analysis ไง

ลองคิดดูนะครับ ถ้าคุณไปเรียนคอร์สหุ้นมาราคาแพงๆ พวกเทคนิคหุ้นขั้นสูงอย่างการนับแท่งเทียน (TD sequential count), elliott wave แถมไอคนสอนก็โชว์แต่ case ดีๆทั้งนั้น ยิ่งมันดูล้ำ ดูเหมือนจะเป็นเคล็ดลับวิชา คุณเอามาลองใช้แล้วได้ผล winning ratio สูงขึ้น พอถึงเวลาเผอิญเห็นกราฟแสดงข้อมูลทางเทคนิคตรงตามเงื่อนไขที่เรียนมาทุกอย่างเป๊ะ มีหรือคุณจะไม่กล้าใส่หนัก

เห็นครั้งแรกยังพอทน เห็นครั้งที่สองยังพอรับไหว แต่พอถึงครั้งที่สามนี่สิ จะปล่อยผ่านได้อย่างไร

  • ตู้มเข้าให้ !!! หวังรวยไปเลย
  • เมื่อคุณซื้อเพราะความมั่นใจเต็มเปี่ยม คุณจะใจจดใจจ่อกับหุ้นตัวนี้มาก ต้องเฝ้ามันตลอดเวลา กินไม่ได้นอนไม่หลับ แน่ล่ะ เพราะคุณคาดหวังกับมันไว้สูงนิ สิ่งนี้จะทำให้คุณจิตตก แถมยังเสียโอกาสในการดูหุ้นตัวอื่นอีก
  • หากราคาไปผิดทาง อันนี้ร้ายแรง เพราะส่วนใหญ่จะไม่ยอม cut loss กัน เฮ้ยวิเคราะห์มาดีขนาดนี้ ตรงตามเงี่อนไขทุกอย่าง เดี๋ยวราคามันก็กลับมาเอง (บางคนอาจบ้าถัวเพิ่มเข้าไปอีก) แถมยังไม่รวมความเป็นไปได้อื่นๆอีกมาก เช่น ขึ้นแล้ว throwback กลับมา, ย่อลงมาก่อนค่อยขึ้น พักฐานออกข้างต่อไป มันเป็นไปได้แทบทุกอย่าง
  • หากโชคดีถูกทางได้กำไรจากไม้นี้ คุณจะมั่นใจมากขึ้น กล้ามากขึ้น คุณจะเริ่มฝันถึง porsche, ferrari  และครั้งต่อไปคุณก็จะเสี่ยงยิ่งขึ้นไปอีก

สำหรับกรณีผมนั้นถือว่าเป็นโชคร้าย ราคาดันไปผิดทางจากที่เก็งไว้แต่แรก และเมื่อเวลาที่เราคาดหวังอะไรสูงๆแล้วมันไม่เป็นตามที่หวัง ใจเราจะเสีย เราจะอยากเอาคืน อยากเอาชนะ ก่อเกิดเป็นพฤติกรรมไล่ตามความสูญเสียจนเกิดเป็นหายนะในที่สุด

คนเราชอบที่จะผิดหวังได้มากแค่ไหน ?

โลกของการเก็งกำไรไม่มีอะไรมาก นอกจากความกลัวและความคาดหวัง

สิ่งนี้จะค่อนข้างย้อนแย้งกับความเป็นมนุษย์เราอย่างมาก เราศึกษาเทคนิคหุ้นเพื่ออยากจะวิเคราะห์ได้แม่นยำ แต่เราต้องห้ามไปมีความคาดหวังกับมันเด็ดขาด (ต้องเผื่อใจไว้ก่อน) ไม่เช่นนั้นหากมันไม่เป็นไปตามที่เราหวัง ในสถานการณ์จริงเราอาจจะลืมคิดถึงวิธีการรับมือถึงความเป็นไปได้อื่นๆอีกมาก

เทรดเดอร์ mindset คืออะไร

เทคนิคหุ้นความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ?

เริ่มแรกผมคิดว่า เทรดเดอร์คือผู้แตกฉานทาง Technical Analysis สามารถคาดการพยากรณ์ราคาได้อย่างแม่นยำ แต่ปัจจุบันผมไม่คิดอย่างนั้นเลยสักนิด

แม้จะเรียนรู้เยอะ ผลสุดท้ายผมก็ต้องยอมรับความจริงจากตลาด “ไม่ว่าเราจะวิเคราะห์หรือใช้เครื่องมือทางเทคนิคขั้นเทพแค่ไหน probability หรือความเป็นไปได้มันก็มีอยู่แค่ 2 อย่างเท่านั้น ขึ้นกับลง โอกาส 50-50%” หุ้นวิ่งไปตามเทคนิคเป๊ะ กับหุ้นวิ่งไม่เป็นไปตามเทคนิคเลย

  • Technical analysis คือการนำข้อมูลย้อนหลังในอดีตมาวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์แนวโน้มของราคาในอนาคต ยิ่งตรงตามเทคนิคมาก ความเป็นไปได้ก็ยิ่งสูง คุณเชื่ออย่างนี้ไหม?
  • ราคาอยู่เนื้อเส้นค่าเฉลี่ยคือขาขึ้นจริงหรือ ?
  • เกิด divergence ถือว่าราคามันเริ่มหมดแรงแล้วใช่ไหม
  • Overbought Oversold แพงแล้วก็แพงได้อีก ถูกก็อาจจะถูกลงได้อีก
  • อันนี้อยู่ใน wave 3 เอาอะไรมาฟันธง
  • แนวรับอยู่ที่ fibo 78.6 รับต่อไปคือ 61.8 แบบนี่หรอ
  • เทคนิคผมความแม่นยำอยู่ที่ 80% แหมม…วัดกันได้ขนาดนี้เลย

…ไม่แน่นอนสักอย่าง

ที่คุณเห็นเขาสอนๆกันตามคอร์สเรียน ตาม youtube มาโชว์วิเคราะห์กราฟ ใส่ข้อมูลทางเทคนิคลงไปให้มันดูโก้ หรู ดูน่าเชื่อถือ พวกนี้คือตัวอย่างที่ผู้สอนเขาอยากให้เห็นเท่านั้น แล้วไอที่มัน fail ละ คงไม่มีใครกล้าเอามาให้ดูกันหรอกจริงไหม

ยอมรับให้ได้ว่า ทุกอย่างคือการคาดการณ์

ผมเลิกทำตัวเป็นนักวิเคราะห์หรือนักพยากรณ์มานานแล้ว ผมปลงและยอมรับว่าตลาดนั้นรู้ดีและฉลาดกว่าเราเสมอ ไม่คาดหวังเทคนิค ทุกอย่างคือสมมติฐาน

ในหนังสือ The money Game อดัม สมิธ ได้เขียนประโยคเด็ดเอาไว้ว่า “ตลาดหุ้นเปรียบเสมือนผู้หญิงสวย ลึกลับ ซับซ้อน น่าค้นหาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด”

แม้สัญญาณทางเทคนิคจะชัดเจน หลอกล่อเย้ายวนเราเพียงใด ผมก็จะระวังหรือคิดแผนเผื่อไว้ใช้รับมือในสิ่งที่ไม่คาดคิดเอาไว้ทุกทางเสมอ ชีวิตจริงขอแพ้แค่ในเรื่องผู้หญิงอย่างเดียวพอ ผมจะไม่ยอมอ่อนข้อกับตัวเองจนกลายมาเป็นผู้แพ้ในตลาดเด็ดขาด

แล้วเราเรียนรู้เทคนิคหุ้นไปทำไม ?

สำหรับผมแล้วเรื่องของ Technical Analysis ทุกอย่างคือเครื่องมือที่ช่วยในการคาดการณ์ อย่างแนวโน้มราคา กำลัง จุดกลับตัว หรือ ใช้วัด volatility การจะเอาอะไรมาใช้มันก็ถูกต้องได้ทั้งนั้นแหละ

เทคนิคหุ้นอาจช่วยทำให้การ entry/exit ของคุณแม่นยำขึ้นได้จริง แต่ก็อาจต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่สูง และเมื่อ คํานวณ risk reward ratio แล้วอาจจะต่ำเกินไปจนไม่คุ้มค่าพอที่จะเล่นก็เป็นได้

แล้วก็อย่าลืมเรื่องของ money management ด้วยล่ะ “เล่นยังไงไม่ให้เจ๊ง ต้องมาก่อนเล่นอย่างไรให้ได้กำไรนะ”

เครื่องมือจะเป็นอะไรก็ได้ หยิบมาใช้ตอนไหนก็ได้ สิ่งสำคัญอยู่ที่การเฝ้าสังเกตุ สะสมประสบการณ์จนเกิดเป็นสไตล์ของนักเก็งกำไรเองต่างหากที่สำคัญ


ปล.บทความนี้เป็นเพียงแค่มุมมองที่อยากแชร์ โปรดจงเลือกคำแนะนำที่คุณเห็นสมควรไปใช้เท่านั้น

Facebook Comments

Comments

2 Comments

  • อาคม
    18/06/2020 08:52

    รอตอนที่ 2 ครับ ผมโดนบทความตบหน้าอย่างจัง โดนใจมากครับ

  • kansinee
    09/06/2021 15:37

    ชอบมากๆๆคะ ยิงอ่านยิ่งมีความสุข

Leave A Comment

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.