เคล็ดลับความสำเร็จใน อาชีพนักออกแบบ successfully designer

ผมอยากจะเขียนเรื่องนี้ตั้งนานแล้ว พึ่งจะมีโอกาสได้เขียน สืบเนื่องจากกระทู้ Drama ใน pantip เมื่อสิ้นเดือน พฤษภาคม 58 เกี่ยวกับ Interior ที่รับออกแบบ renovate บ้านฟรี ก่อนอื่นผมอยากจะให้ตัดประเด็ดพวกจรรยาบรรณวิชาชีพ กับความไม่เหมาะสมอะไรก็แล้วแต่ออกไปก่อน อยากจะให้ focus ไปที่ว่า “ทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จใน อาชีพนักออกแบบ

อาชีพนักออกแบบ

– บทความนี้มีพลังอย่างมาก สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณได้
– บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งในกรณีศึกษาการสร้าง personal brandingและธุรกิจขายข้อมูล (infopreneur) 

อาชีพนักออกแบบ designer

เนื่องจาก จขกท. ที่กล่าวมาข้างต้นมีความประสงค์ที่ชัดเจนอยู่แล้วคือ ต้องการสร้าง portfolio เพื่อเก็บเป็นผลงาน และต้องการที่จะหาโอกาสพัฒนาฝีมือจากการทำงาน รวมถึงคิดเผื่ออยากจะได้ connection โดยสรุปแล้วเขามีความต้องการที่จะหา “โอกาส” และ “โชค” เพื่อความสำเร็จในอาชีพของเขาแค่นั้นเอง เพียงแต่ว่าการทำงานฟรีนั้นมันยังไม่ถูกหลักการเท่าที่ควร แถมบาง comment ก็วิจารณ์ขั้นร้ายแรงถึงขนาดว่า เป็นการลดคุณค่าทางวิชาชีพกันเลยทีเดียว

ประเด็นที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะอาชีพนักออกแบบหรือคนทำงานทั่วไป ยังคิดว่าโอกาสการสร้างพอร์ตผลงานเป็นสิ่งที่ยาก พยายามหาโอกาสแต่โดนปิดกั้น “ถ้าไม่มีคนให้โอกาสฉันครั้งแรก ฉันก็ไม่สามารถมีประสบการณ์แรกได้เหมือนกัน …”

  • เรื่องจริง !!! บทสรุปของคนหน้าใหม่ไร้ซึ่งผลงาน ไม่ว่าคุณจะเก่งหรือจบสูงมาจากไหน เวลาคุณเสนอ idea ไม่ว่าจะดีเลิศยังไง คุณเก็บโยนทิ้งใส่ถังขยะไปได้เลย เจ้านายเขาไม่เสียเวลามานั่งฟังคนไร้ซึ่งประสบการณ์หรอกครับ แล้วคุณจะหาทางสร้างผลงานอย่างไร ในโลกที่มี supply มากกว่า demand แบบนี้ แถมค่านิยมในองค์กรก็ไม่เปิดโอกาสให้คุณได้แสดงศักยภาพ
  • Freelance ล่ะ ไม่ต้องง้อบริษัท รับงานทำธุรกิจด้วยตัวเองไปเลย งานอิสระใช้ชีวิตแบบ Slow Life ฝันของคนรุ่นใหม่อยู่แล้ว – – เคยดูหนังเรื่อง “ฟรีแลนซ์” ไหม นั้นล่ะคือชีวิตจริงของอาชีพฟรีแลนซ์เลย งานคือทั้งชีวิต ทั้งเหนื่อยหนักกว่างานประจำหลายเท่า

ความจริงอีกเรื่องคือ ลูกค้าหรือเจ้านายที่จะว่าจ้างคุณ เขามีตัวเลือกที่มากมายเหลือเกิน ทำไมเขาต้องมาจ้างคุณ…คุณตอบได้ไหมล่ะ ว่าคุณแตกต่างจากคนอื่นที่ทำอาชีพแบบเดียวกับคุณยังไง ? ง่ายๆลองถามตนเองดูว่าสิ่งที่คุณทำอยู่มันมีคนมาทำแทนได้หรือเปล่า ? ถ้าใช่ แล้วคุณจะทำอย่างไรให้มันแตกต่างล่ะ ให้ตัวคุณมี Gimmick มี identity เหมือนในงาน design ที่คุณทำ

ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นล่ะคือปัญหา จขกท. ในพันทิป เขาถึงออกมาประกาศว่าจะรับออกแบบให้ฟรีเพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสสร้างผลงาน สร้างโอกาส สร้างโชคไง แต่วิธีการมันไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องสักเท่าไร ซึ่งมันก็ทำได้นะ แต่มันจะไม่ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จแน่ๆ และจงอย่าลืมปัญหาของอาชีพนักออกแบบอีกมาย เสี่ยงต่อการโดนช่างหนีงาน โดนลูกค้าเบี้ยว ไม่จ่ายเงิน ฯลฯ

อาชีพนักออกแบบ ควรทำอย่างไร

เกริ่นมาพอประมาณ ok ที่คุณอ่านมาถึงตรงนี้คุณต้องการ ที่จะประสบความสำเร็จในอาชีพนักออกแบบใช่หรือไม่ ? คุณต้องการที่จะมีชื่อเสียง คุณต้องการที่จะรับเดือนละแสนถึงล้านจากการทำอาชีพนี้ ใช่ไหม ? คำถามคือ… แล้วคุณเคยสร้างประโยชน์หรือคุณค่าอะไรให้คนอื่นหรือเปล่า

คุณฟังไม่ผิดหรอกครับ ผมหมายถึงอย่างที่บอกไว้จริงๆ (การออกแบบฟรีไม่ใช่การสร้างประโยชน์หรือเพิ่มคุณค่า)

คุณเป็นคนมีความสามารถ ฉลาด ใช่…แล้วความเก่งความรู้ของคุณมีประโยชน์ต่อคนอื่นไหม ?  ถ้าไม่มีคุณก็จะไม่ได้รับโอกาส คุณจะไม่โชคดี คุณจะไม่รวย คุณจะบ่นว่าทำงานขยันแทบตาย แต่ทำไมฉันถึงไม่โชคดีหรือได้รับโอกาสดีๆเหมือนคนอื่นบ้างแต่ถ้าความเก่งของคุณเป็นประโยชน์และแก้ปัญหาให้กับผู้คนจำนวนมากๆได้ คุณจะได้รับคุณค่าที่เพิ่มขึ้น คุณจะได้รับโอกาสที่ดี คุณจะโชคดี และคุณจะรวย !

มาเริ่มกันเลย กระบวนการสร้าง personal branding

Know คุณต้องทำให้ผู้อื่นรู้จักคุณก่อนจริงไหม และถ้าอยากให้คนอื่นหาคุณเจอ คุณก็ต้องทำตัวให้พวกเขาหาคุณเจอได้ง่ายๆ อันดับแรกคุณต้องมี social media ในรูปแบบต่างๆที่ใช้สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายของคุณได้ อาจเป็น fanpage, IG, twitter และที่สำคัญคุณต้องมี website ซึ่งสมัยนี้การมีเว็บไซต์เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ผมเองก็ทำเว็บนี้ทั้งเว็บโดยเริ่มจากความรู้ด้าน IT ที่เป็นศูนย์ วิธีก็ search ใน google เอาสิครับ information age ความรู้ทุกอย่างอยู่ใน internet หมดแล้ว ถามว่าทำไมต้องมีเว็บไซต์ ? แน่นอนเราต้องการที่จะเปิดเผยตัวตน แบ่งปัน สร้าง Brand ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการครอบครองพื้นที่บนโลกออนไลน์ คุณสามารถที่จะมีอำนาจในการควบคุมทุกสิ่ง เปรียบเสมือนสำนักงานใหญ่บริษัทตัวคุณ ไม่ว่าใครก็จะจดจำคุณและหาคุณเจอได้ง่ายๆ

แต่เดี๋ยวก่อน ! … เพื่อนฉันบางคนก็มี blog มีเว็บไซต์ แล้วก็โพสรูป โพสผลงานอวดเป็นประจำแบบนี้เรียกสร้าง Brand หรือเปล่า ?

คนละเรื่องเลยครับแบบนี้เขาเรียกว่าการโฆษณา Branding คือการสร้างตัวตน อย่ามองว่าเว็บไซต์เป็นเครื่องมือสำหรับโฆษณาตัวเอง ให้มองว่ามันเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างตัวตนของคุณขึ้นมา

Like แค่รู้จักคุณเฉยๆยังไม่พอ พวกเขาต้องชอบคุณด้วย คุณต้องคิดถึง Benefit (คุณประโยชน์) ของผู้คน ในการที่พวกเขาเข้ามาเสพคุณค่าจากสื่อ social จาก website ของคุณ สิ่งที่คุณต้องทำคือแบ่งปันความรู้ ที่ช่วยเพิ่มความรู้ให้แก่เขา ช่วยแก้ปัญหาให้เขาได้ ในที่นี้ยกตัวอย่าง Interior งานออกแบบ  keyword ที่ผู้คนจะเข้าถึงคุณก็คือ การตกแต่ง renovate บ้าน จัดสวน landscape concept การออกแบบ office condo กระทั้งเทคนิคการใช้โปรแกรมของคุณเอง 3ds max lumion ฯลฯ เขียนเป็นบทความ อัดคลิป video หรืออะไรก็ได้และเผยแพร่ให้ผู้คน โดยพึงระลึกไว้เสมอว่าคนที่เข้ามาอ่านเปรียบเสมือนเจ้านายที่จะไล่คุณออกได้อยู่ตลอดเวลา

อย่าดูถูกตัวเอง ! คุณอาจจะคิดว่าฉันยังไม่เก่งพอ ความรู้ยังไม่พอ … จำไว้เลยนะครับว่า เพียงแค่คุณมีความรู้ในระดับ Level 3-4 คุณก็สามารถสอนคนที่ อยู่ใน Level 1-2 ได้ ถามหน่อยแค่เรื่องลมพัด ฝนสาดทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ คนรอบตัวที่ไม่ได้เรียนในสาขาเดียวกันกับคุณจะมีสักกี่คนกันที่รู้ และยิ่งคุณสอนคุณจะยิ่งเก่ง ปล่อยของที่คุณมีออกมาให้หมด เมื่อไม่เหลืออะไร คุณจะผลักดันตัวเองโดยอัตโนมัติให้ก้าวไปข้างหน้า เรียนรู้มากขึ้น คุณจะได้รับสิ่งที่ดีไปจากเดิม การใช้ความรู้ของเราแชร์เพื่อสร้างประโยชน์ให้โลกได้เห็นจะเปิดโอกาสให้เราได้รับการศึกษาแบบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปตลอดชีวิต

หวงของหรือเปล่า ? อย่าหวงความรู้ ถ้าคุณหวงตัวคุณจะลงเอยด้วยการหมกตัวอยู่กับสิ่งที่คุณมี แล้วคุณก็จะกลายเป็นพวกเฉื่อยชาไปในที่สุด แต่ถ้าคุณมอบทุกอย่างที่มีให้คนอื่นจนหมดเปลือก คุณจะไม่เหลืออะไร ผลที่ตามมาคุณจะถูกบีบให้ออกมา มองหาและเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป ในแง่นี้ยิ่งคุณเป็นผู้ให้มากเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งได้กลับคืนมามากเท่านั้น ฉะนั้นแล้วใส่ไปให้เต็มที่เลยครับปล่อยของให้ได้มากที่สุด การที่คุณเก็บความรู้ของคุณไว้กับตัวไม่เพียงแค่น่าละอายเท่านั้น แต่ยังสร้างความเสียหายตามมาอีกด้วย ถ้าคุณไม่ยอมที่จะนำมาแบ่งปัน มันจะสูญหายไปพร้อมกับคุณ สุดท้ายแล้วคุณจะไม่เหลืออะไร

สิ่งสำคัญ คือทักษะการเขียน การเล่าเรื่อง การถ่ายทอด การเขียนเรื่องราวให่น่าอ่านน่าฟังไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาฝึกฝน กว่าจะชำนาญ เมื่อคุณเริ่มทำสิ่งใหม่สิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ผลงานคุณจะห่วยแตกมากๆ จนคุณคิดว่ามันยากหรืออาจจะล้มเลิกไปเลย… ถามหน่อยแล้วคุณจะแคร์อะไร ฝึกสิครับ ก็เหมือนเช่นเดียวกับงานออกแบบของคุณนั้นละ คนที่เขาเก่ง เขาเก่งจากทักษะที่เกิดจากการทำซ้ำๆ สัญชาตญาณพิเศษจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการฝึกฝนซ้ำๆ เป็นประจำเท่านั้น

Trust ความไว้วางใจ เชื่อใจคุณ ด้วยกระบวนการที่คุณแบ่งปันคุณค่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการดูแลเอาใจใส่ผลงานของคุณ การเชื่อมโยงพัฒนาความสัมพันธ์ ผู้คนที่เข้ามาสู่ blog หรือ website คุณจะเปลี่ยนจากผู้เยี่ยมชม เป็นสาวกหรือผู้ติดตาม ที่จะติดตามคุณไปตลอดปีแล้วปีเล่า เมื่อเขานึกถึงอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการออกแบบ เขาจะคิดถึงคุณเป็นคนแรก คุณสามารถที่จะแนะนำเขาได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา เขาจะเชื่อถือคุณ เขาจะใช้บริการของคุณ เขาจะจ้างคุณ จงจำไว้เสมอนะครับว่า …

 People will do business with someone  they know, like and trust.

คนจะทำธุรกิจกับคนที่รู้จัก ชอบพอ และเชื่อใจ

ผลลัพธ์อันสูงส่ง

  1. Connection : เมื่อคุณเปิดเผยตัวตนของคุณ สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ให้คนอื่นได้เห็น คุณจะเริ่มเจอผู้คนที่แสนวิเศษ เมื่อคุณแบ่งปันสิ่งที่คุณรัก คนที่รักสิ่งเดียวกับคุณจะเข้ามาหาคุณมากขึ้น เปรียบเสมือนเพื่อนแท้ที่คลั่งไคล้ในสิ่งเดียวกัน คุณจะมีฐานแฟนคลับ และจะเกิดการบอกต่อ จำนวนผู้คนที่รับรู้ถึงคุณค่าของคุณจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อได้พบกับคนแบบเดียวกัน คุณจะมีทีมงานของตัวคุณเอง
  2. โอกาสในการสร้างผลงานหรือธุรกิจ : เมื่อคุณใส่ใจในผลงานของคุณและเชื่อมโยงกับคนอื่นๆได้มากพอ คุณคือระดับ specialist ในสิ่งที่คุณทำ ผู้คนจะมาต่อคิวขอซื้อใช้บริการของคุณไม่ใช่มาต่อราคา คุณจะอธิบายกับลูกค้าได้ง่าย ไม่จำเป็นที่จะต้องพูดโน้มน้าว คุณจะได้ลูกค้าชั้นดี ผู้รับเหมา ทีมงานที่ดี คุณจะมีงานเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย หรือคุณจะทำเป็น video หรือ E-book ขายสอนเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมออกแบบต่างๆ รวมถึง affiliate ต่างๆ ได้อีกด้วย
  3. การสมัครงานที่เจ้านายจะต้องง้อคุณ : portfolio เรซูเม่ เกียรตินิยม จบนอก คุณคิดว่ามันสำคัญกับยุคนี้หรือเปล่า เจ้านายเขาไม่สนหรอกครับ เขาสนในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่มากว่า เขาสนแค่ว่ารับคุณเข้ามาทำงานแล้วคุณจะทำให้องค์กรดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้นได้อย่างไร ถ้าสิ่งที่คุณทำมีคนมาทำแทนได้ คุณก็เป็นได้แค่ Robot ที่ทำงานตาม function เท่านั้น… เจ้านายจะติดต่อคุณมาเองไม่จำเป็นต้องไปสมัครงานด้วยซ้ำ การที่คุณเด่นดังเปรียบเสมือนคุณมี “ฐานลูกค้า” อยู่ในมือ (เหมือนกับ net idol ที่ขายครีมได้) คุณมีผู้คนเข้า website คุณ 1,000 คนต่อวัน (คิดขั้นต่ำสุดๆแล้วถ้าคุณทำดีๆ ทำนานๆ ยอด 1 หมื่นคนต่อวันก็ย่อมได้) ยังไม่รวมที่เข้ามาจากทาง social ต่างๆอีก และในเรื่องของการตลาด คุณสามารถที่จะเก็บ list รายชื่อที่มีคุณภาพ เป็นฐานแฟนคลับคุณได้ซึ่งสามารถเก็บได้เป็นหมื่นๆ รายชื่อ นั้นหมายความว่าการที่เจ้านายรับคุณเข้าทำงาน จะมีฐานลูกค้าเข้ามา 3 หมื่นคนต่อเดือนเป็นอย่างต่ำ เขาจะจ้างคุณในราคาที่สูงกว่าคนอื่น คุณจะกลายเป็นคนประเภทที่วันๆ ไม่ทำอะไรเดินไปเดินมาใน office แล้วรับเงินครึ่งแสนต่อเดือน คนอื่นๆในที่ทำงานจะสงสัยและอิจฉาคุณ (แต่ขออย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย)

มอง future value ให้ขาด

อย่าคิดว่าจะต้องหาเงินให้ได้มากๆ แค่ตั้งใจทำผลงานของคุณให้ดีก็พอ การที่คุณมีเว็บไซต์ก็เปรียบเสมือน Asset เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด นี้มันคือยุค social ไม่ว่าผู้คนสงสัย หรืออยากรู้เรื่องอะไร เขาก็ต้อง search หาข้อมูลก่อนจริงไหม ผ่าน search engine ผ่าน social network ถ้าคุณเริ่มที่จะทำตั้งแต่ตอนนี้ อนาคตอันใกล้ คุณก็จะกลายเป็น idol Interior designer แน่นอน คุณต้องใช้เวลาและเพิ่มคุณค่าให้มากๆ ความสำเร็จชั่วข้ามคืน overnight success ไม่มีอยู่จริงหรอกนะ เบื่องหลังของความสำเร็จคือความมุ่งมั่นทุ่มเพียรพยายามไม่ย่อท้ออย่างยาวนานต่างหาก success ไม่ว่าจะทางไหนมันไม่ได้ในทันที

ไม่มีเวลา

อันนี้ไม่ใช่เหตุผลนะ ผมเข้าใจดี เราต่างก็มีเวลาในแต่ละวันเท่ากันทุกคน คุณสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา โดยอาจจะเริ่มจาก fanpage ก่อนแล้วค่อยเรียนรู้การพัฒนาเว็บไซต์ไปเรื่อยๆ ในการเรียนแต่ละวัน ให้คุณบันทึกความก้าวหน้าและแบ่งปันเรื่องราวเพื่อให้คนอื่นได้เรียนรู้ไปพร้อมกับคุณ ทันทีที่คุณได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง จงกลับไปสอนทันที เปลี่ยนจากสิ่งที่คุณชอบอวด กาแฟอาหารหรูๆ เป็นอวดผลที่สร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น ถ้าคุณทำงานประจำโปรดเจียดเวลาวันละ 1-2 ชม. มาสร้างผลงาน ไม่ใช่มัวแต่ทำงาน มันต่างกันนะการทำงานกับการสร้างผลงาน ไอเวลาว่างนี้ละคือตัวเปลี่ยนชีวิตคน ไม่ใช่เวลาทำงาน

สุดท้าย

โอกาสและโชค คือสิ่งที่คุณต้องสร้างมันขึ้นมาเอง คุณจะเดินอยู่ในเส้นทางเดิมๆ ตาม career path แข่งขันกับคนส่วนใหญ่ ทางเดียวที่คุณจะชนะได้ คุณต้องเก่งกว่าและเหนือกว่าคนอื่น ถ้าคุณต้องการแบบนั้นจริงๆ หรือจะลองมาเดินในทางที่แตกต่างดูบ้าง เปิดเผยตัวตน tech startup สร้างสรรค์สิ่งดีๆ สร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น ยิ่งให้จะยิ่งได้ นี้คือเรื่องจริง!


แด่ความสำเร็จครับ

ปล.1 ไม่จำกัดอยู่แค่อาชีพนักออกแบบเท่านั้น(เป็นแค่ตัวอย่างที่ยกมา) คุณสามารถนำแนวคิดการทำธุรกิจขายข้อมูล infopreneur ไปใช้ได้กับทุกสิ่งที่คุณหลงใหล (passion) ทำขนม เลี้ยงสัตว์ หรือแม้กระทั้งเรื่องลี้ลับ พวกนี้ทำเป็นธุรกิจได้หมด

ปล.2 รบกวน comment หรือให้คำแนะนำบทความของผมด้วยครับ

1 Comment

  • kwang
    19/09/2017 21:35

    เป็นบทความที่ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ จะเอาไปทำตามนะคะ