เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ง่ายๆ เพียงแค่รู้จักบริโภคข้อมูล

พักหลังๆผมเริ่มอ้วน น้ำหนักสูงถึง 74 แล้วรู้สึกว่าร่างกายไม่ค่อยฟิตเหมือนแต่ก่อน ผมเลยต้องศึกษาในเรื่องของการกินนิดนึง จึงได้มีโอกาสรู้จักกับ “แพทย์ทางเลือก” (Alternative Medicine)

โดย concept ของการแพทย์นี้คือ”ธรรมชาติบำบัด” เป็นการเตรียมป้องกันโรคเรื้อรังต่างๆ ที่การแพทย์แผนปัจจุบันไม่สามารถรักษาได้ ด้วยปัจจัยที่ว่า “โรคภัยทางร่างกายจะเข้ามาทางปาก” รับมาอย่างไรก็ออกมาอย่างนั้น เหมือนกับการฟิตหุ่นเลยนะ ที่ว่าอาหารสำคัญกว่าการออกกำลังกาย

input output การบริโภคทางความคิดเพื่อการเปลี่ยนแปลง mindset

พูดถึงการบริโภคแล้วเรามักจะชอบตามประสบการณ์จากสิ่งที่เราคุ้นเคย นอกจากรสชาติที่แสนอร่อย ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องการนั่นก็คือ “คุณประโยชน์” ที่ได้จากการกินอาหาร กินแล้วแข็งแรง กินสมุนไพรจะช่วยป้องกันโรค กินแล้วอิ่มมีความปกติสุข ดำรงชีวิตอยู่รอดสมบูรณ์

ในเมื่อร่างกายเราต้องการอาหาร เราจึงเลือกบริโภคอาหารที่รักที่ชอบ แต่ก็เคยกินแล้วท้องเสีย เช่นส้มตำปูปลาล้าหรืออาหารที่ไม่ถูกสุขอนามัย “ความชอบอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ ต้องดูคุณประโยชน์ด้วย”  ไม่งั้นอาจทำให้เราขี้แตก ท้องเสีย จนถึงขั้นสะสมเป็นโรคอื่นๆอย่างเบาหวานได้ เพราะฉะนั้น ความพึงพอใจเพียงอย่างเดียวในการบริโภค ไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีวิตให้มีความสุขอย่างสมบูรณ์ได้

แน่นอนว่าร่างกายเราต้องการอาหาร เราเลยเลือกบริโภคอาหารที่เราชอบ อาหารที่เป็นประโยชน์ และไม่เป็นโทษต่อตัวเอง เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็จะทำให้อวัยวะภายในทำงานได้อย่างเต็มที่ มีการหมุนเวียนเลือดที่ดี ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง มีความอ่อนเยาว์งดงาม สวยหล่อมีออร่า ไม่เจ็บไม่ป่วย ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้สุขภาพมันต้องดีขึ้นจากภายใน

การบริโภคข้อมูล จะเปลี่ยนแปลงให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น

แล้วมันข้องเกี่ยวอะไรกับความสำเร็จ ?

ร่างกายเราต้องการอาหารที่ดีมีประโยชน์ “แล้วความคิดหรือจิตใจของเราละ” คุณคิดว่ามันต้องการเหมือนกันไหม ???

แน่นอน จิตใจเราก็ต้องการสิ่งที่เป็นประโยชน์เหมือนกัน เพื่อให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันทางความคิด มีกำลังใจในการต่อสู่อุปสรรค์ มีพลังในการสร้างสรรค์เพื่อการสร้างผลลัพธ์ใหม่ๆให้กับตนเอง

เพราะการที่เราอยู่ดีๆ แล้วจะลุกขึ้นมาทำบางสิ่งบางอย่างให้ชีวิตเราเกิดการเปลี่ยนแปลง เราไม่ได้ใช้พลังกายอย่างเดียว เราใช้พลังใจเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญด้วย

เราบริโภคอะไรก็ได้ผลลัพธ์แบบนั้น ความคิดและจิตใจเราก็เหมือนกัน ถ้าวันนี้คุณเป็นคนคิดบวกคิดดี นั่นอาจหมายถึง คุณต้องเป็นคนที่ถูกสะสมอบรมจากอะไรที่มันบวกและดี คุณถึงเป็นคน positive แบบนี้

แต่ถ้าวันนี้คุณกำลังมีความทุกข์ ไม่สนุกสนาน ไม่อยากจะลุกขึ้นมาทำอะไร เบื่อ เซงชีวิต ก็ขอให้คุณลองสำรวจความคิดตัวเองหน่อยดีไหม ทำไมฉันถึงเป็นแบบนี้ มีอะไรที่ทำให้เรารู้สึกแบบนั้น ผมตอบได้เลยนะ เพราะมันมาจากสิ่งที่คุณบริโภคใส่หัวทั้งสิ้น

  • อย่างรวยต้องบริโภคเหมือนคนรวย
  • อยากสำเร็จต้องบริโภคอย่างคนสำเร็จ
  • อย่างมีความสุข ก็ต้องบริโภคอย่างคนมีความสุข

การ Input Output ข้อมูล จึงเป็นสิ่งที่คุณต้องเลือก

 input output รับรู้อะไรก็ออกมาแบบนั้น

การรับรู้ข้อมูล input คืออะไรก็ตามที่ใส่เข้าไปในระดับที่มากพอ มันก็จะ output ออกมาอย่างนั้น คนๆหนึ่งที่ติดนิสัยคิดลบตลอดเพราะอะไร ข่าวดีกับเรื่องที่มันฉาว คุณว่าคนส่วนใหญ่สนใจเรื่องไหนมากกว่ากัน , ระหว่าง “ชอบชื่นชม” กับ “ชอบบ่น”คุณคิดว่าคนส่วนใหญ่เก่งเรื่องไหนมากกว่า?

คนๆหนึ่งไม่ก้าวหน้า ไม่ประสบความสำเร็จเพราะเขาบริโภคอะไรอยู่ ข่าวร้ายๆ อะไรลบๆ ใน social เรื่อง drama  ข่าวที่พาดหัว ฆาตกรรม อุบัติเหตุ สื่อพวกนี้ยัดเยียดอะไรให้เราเสพ เรื่องแปลกๆก็ด้วย มันนำไปสู่ความคาดหวังแบบผิดๆ ไปดูแล้วได้เลข ได้เลขไปแทง แล้วก็ไม่ถูกสักที นำไปสู่ความคิดและการทำอะไรที่มันไม่เกิดสาระประโยชน์ต่อชีวิตเลย

การบริโภคข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญ เราจำเป็นต้องเลือกบางสิ่งบางอย่างที่มันเป็นประโยชน์ และก็จำเป็นต้องตัดบางสิ่งบางอย่างที่มันไม่เป็นประโยชน์

คุณเคยเห็นผู้ป่วยเบาหวานหรือความดันไหม ที่หมอจะสั่งห้ามบริโภคอาหารบางประเภท ถ้าตัวคุณตอนนี้รู้สึกเบื่อและท้อแท้กับชีวิต เจอแต่เรื่องแย่ๆ และปัญหาไม่รู้จักจบ ผมจะเป็นหมอให้คุณเองและจะบังคับด้วยเลยว่าไม่ให้คุณบริโภคอะไร

ทุกวันนี้การ input-output ของคุณเป็นอย่างไร

Data ข้อมูลประเภทไหน : เช่นการอ่านหนังสือบรรเทิง ดูดารา เขาเป็นยังไงเขาเลิกกันหรือยัง คนนี้ใครทำนมมารู้หมด เคยคิดมั้งไหมว่ารู้ไปได้อะไร รู้อะไรไม่สำคัญเท่ากับรู้แล้วได้อะไร ถ้ารู้แล้วมันไม่มีประโยชน์มันก็ไม่มีประโยชน์อยู่ดี data อะไรที่เราควรเสพ มันก็เหมือนอาหารที่เรากิน เสพยังไงเป็นอย่างนั้น เราจะกลายเป็นคนชอบนินทาโดยที่เราไม่รู้ตัว

ตัดในบางสิ่งบางอย่างออกไป : สื่อที่ยัดเยียดให้เราเสพในเรื่องร้ายๆ ปูเสือรอไปสิ เรื่อง drama คนด่ากัน อ่านแล้วมันคงดีนักละ เพื่อนใน facebook ก็อีก ถ้าใครเป็นคนที่ชอบโพสสถานะในทางลบ การเมือง เรื่องซุบซิบนินทา ผมกดหยุดเห็นโพสของบุคคลนั้นทันที พวกสื่อกระแสหลัก+รองต่างๆพวกนี้ ล้วนดึงเราไปสู่ด้านลบทั้งสิ้น

Social media : ข้อความที่โพสใน timeline มันเป็นสื่อสาธารณะ คุณไม่รู้หรอกว่าคนอื่นจะคิดยังไงกับสิ่งที่คุณโพส โพสในทางลบมันสะท้อนกับมาทำลายตัวเอง คนอื่นเพื่อนร่วมงานหรือเจ้านายอาจจะมองว่า วุฒิภาวะทางอารมณ์ของคุณไม่ผ่านก็เป็นได้

ยุคของสารพัดสื่อที่มันเข้ามา : สื่อที่เป็นขยะมากมายรอบตัวเรามีจำนวนมากกว่าสื่อดีๆเยอะ คนรอบตัวเราจำนวนมากก็ชอบที่จะเสพสื่อเหล่านี้กันทั้งนั้น จำนวนอิทธิพลด้านลบรอบตัวเราเรียกร้องความสนใจมากขนาดนี้ ส่งผลให้การดำเนินการสร้างชีวิตเป็นไปในทางด้านลบ มันจะดีกว่าไหมถ้าวันนี้คุณมาหา Input ถึงสิ่งที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น

เมื่อเรา input มากๆ ไปแล้วเราจะเปลี่ยนแปลงไปเอง เปลี่ยนจากคนที่ไม่รู้ เป็นคนที่รู้ เปลี่ยนจากคนคิดลบไปเป็นคนคิดบวก เปลี่ยนจากคนขี้เกียจเป็นคนขยัน เปลี่ยนจากคนไม่มีเป้าหมายเป็นคนมีเป้าหมาย

 การสร้างความสำเร็จโดยไม่มีรากฐานมันเป็นไปไม่ได้ รากฐานความคิด ความเข้าใจในการหาเงิน การใช้เงิน ความสุข

ทุกอย่างมันต้องมาจากภายใน inside out – outside in คิดถูกถึงจะทำถูก

แรกๆมันจะยากหน่อย แต่เชื่อเถอะว่าคุณทำได้ อะไรอยู่ดีๆมันจะเข้าปากเองไม่ได้ คุณต้องเลือกด้วยตัวคุณเอง