ความสำเร็จใน “เส้นทางอาชีพ” infopreneur career path

ความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ คุณอาจกำลังคิดว่าสิ่งที่ผมกำลังจะนำเสนอ 10 ข้อแห่งความสำเร็จในอาชีพ หรือการตั้งเป้าหมาย พัฒนาทักษะ เรียนภาษา พัฒนาบุคลิก connection บลาๆๆ

จะไม่ใช่อย่างที่คุณคิดแน่ๆ

เพราะนี้คือ The Secret To A Successful Career path ของจริง !!!

เส้นทางอาชีพ me-mindset

ในข้อสอบของวิชา professional practice (หลักปฏิบัติวิชาชีพ) โจทย์การสอบคือ เขียนความก้าวหน้าใน เส้นทางอาชีพ หรือ career path ใช่แล้วสำหรับเพื่อนคนอื่นๆ หรือใครๆ เป็นการสอบที่โครตง่ายเลย อาจารย์สอนได้ดี lecture ก็มีให้จดตลอด จากผลคะแนนการสอบครั้งนี้ เพื่อนคนอื่น ได้คะแนน 80 + ขึ้นไปหมด แต่ส่วนตัวผมนั้นได้คะแนน 5 เต็ม 100 ! อยู่คนเดียวในชั้นปี ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น ข้อสอบนี้สำหรับผมมันโครตยากเลย คุณรู้ไหมหลังเรียนจบผมต้องทำงาน สะสมประสบการณ์ สอบใบประกอบวิชาชีพ และอีกมากมายกว่าจะไปสู่จุดสูงสุดในเส้นทางอาชีพ ซึ่งแท้จริงแล้วก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร ? ผมโดนประจานด้วยนะ ว่าทำข้อสอบได้ 5 คะแนนเต็ม 100 พอๆกับโนบิตะเลย อายเหมือนกันนะครับ คนบ้าอะไรเรียนมหาลัยสอบได้ 5 เต็ม 100 ว่าก็ว่ากันไป แต่ผมไม่เคยนึกเสียใจในเรื่องราวที่ผ่านมา การที่เราได้ล้มเหลวมันจะเหมือนกับการถูกสอนอะไรบางอย่าง และในบทความที่คุณกำลังจะได้อ่านต่อไปนี้ คือคำตอบในข้อสอบชุดนั้น (มีการเขียนแต่งเติมขึ้นมาบ้าง เพื่อเติมเต็มความรู้และประสบการณ์ตามกาลเวลา)

อยากประสบความสำเร็จใน เส้นทางอาชีพ ทำอย่างไร ?

ต้องเก่งกว่าคนอื่นมีผลงานมากกว่าคนอื่น มีเส้นสาย ขยัน อดทน พยายาม ใช่ ! ถ้าเป็นในยุคสมัยรุ่นพ่อรุ่นปู่ละก็ การไต่เต้าตามเส้นทางอาชีพสามารถทำได้ แต่นี่มันคนละยุคกัน คนจบปริญญา ด็อกเตอร์ มีล้นเมือง supply มีมากกว่า demand  ถ้าคิดอยากจะประสบความสำเร็จ ในเส้นทางอาชีพของตนเอง ก็ต้องเก่งกว่าคนอื่น ฉลาดกว่าคนอื่น ทำงานหนักกว่าคนอื่น เหมือนจะมีแต่ อัจฉริยะหรือ superman เท่านั้นละที่ทำได้

คน(เก่ง)หลายคนบ่น ทำไมฉันถึงไม่ได้รับโอกาสและโชคเหมือนคนอื่นบ้าง

หลายๆคนที่ไม่ก้าวหน้าไปไหนเพราะมัวแต่บ่นแบบนี้ สาเหตุเพราะคุณมัวแต่รอและไม่เคยสร้างมันขึ้นมาไง คุณรู้ตัวว่าคุณเก่ง แต่คุณไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือ เปลี่ยน mindset ตั้งแต่ตอนนี้ซะ! และจำไว้เลยว่าโอกาสและโชคคือสิ่งที่เราต้องสร้างเอง โชคและโอกาสจะหลั่งไหลเข้ามาก็ต่อเมื่อ คุณเริ่มเป็นผู้ให้และรู้จักแบ่งปันสิ่งที่คุณมีเพื่อสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น

 การที่เราได้โอกาสมากกว่าก็ทำให้ได้พัฒนาฝีมือได้เร็วกว่า บางครั้งเราได้เปรียบคนเก่งกว่าก็ตรงนี้ หรือในทางกลับกันเราเสียเปรียบคนเก่งน้อยกว่าก็ตรงนี้

key success factors คือ The law of giving ยิ่งให้ยิ่งได้

คนประสบความสำเร็จหลายคนมักจะบอกว่า เคล็ดลับความสำเร็จในยุคนี้คือ “ยิ่งให้ยิ่งได้” จริงๆแล้วเป็นเคล็ดลับของทุกยุคสมัย เพียงแต่ในยุคนี้มันทำได้ ” ง่าย ” เพราะกฏของ law of gives ที่สำคัญคือ

  1. คุณมีคุณค่าที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นมากแค่ไหน (ประโยชน์ที่คุณได้สร้างให้กับคนอื่นโดยไม่คิดถึงค่าตอบแทน)
  2. จำนวนผู้คนที่สามารถเข้าถึงและรับรู้คุณค่าของคุณ (คุณจะรวยแค่ไหนขึ้นอยู่กับข้อนี้)

ซึ่งในข้อ 2 นี้ละ คือพลังของ ยุค information การที่จะทำให้ผู้อื่นรับรู้ถึงคุณค่าของเรามันง่ายนิดเดียว ความสำเร็จไม่ได้วัดจากที่ว่า คุณมีความสามารถที่เก่งแค่ไหน แต่มันวัดกันที่คุณจะสร้างเพราะโยชน์ให้คนอื่นมากแค่ไหนจากสิ่งที่คุณมี ยิ่งมีคนได้รับประโยชน์จากคุณค่าของคุณมากเท่าไรคุณก็จะประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น

คุณจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่ใช้ในการถ่ายทอดหรือแบ่งปันคุณค่าใน เส้นทางอาชีพของคุณ

เครื่องมือในที่นี้คือ Website, blog หรือ fanpage ซึ่งบางคนก็ทำ blog ขึ้นมา ทำ web site แล้วก็บอกว่าก็นี่ไงฉันทำขึ้นมาแล้ว คำถามต่อมาคือแล้วสิ่งที่คุณทำมันมีประโยชน์อะไรกับคนอื่น ? หรือทำแค่เพื่อมาโชว์ผลงาน โชว์ profile คุณต้องคิดว่าการสร้างสรรค์ผลงานหรือความรู้คุณมีประโยชน์กับผู้อื่นหรือเปล่า ถ้ามีผู้คนก็ยอมที่จะจ่าย คนจะยอมจ่ายให้กับสิ่งที่มีคุณค่าเท่านั้น และพฤติกรรมของคนเราจะถูกขับเคลื่อนด้วยประโยชน์ที่เขาได้รับ

การเขียนแบ่งปันความรู้จะทำให้คุณเก่งขึ้น เมื่อคุณแชร์ คุณจะค้นพบวิธีการบางอย่าง

กาถ่ายทอดความรู้จะทำให้คุณเก่งขึ้นในเรื่องที่คุณสนใจ ยิ่งถ้าคุณมีวินัยและสัญญาว่าจะเขียนและโพสประจำ คุณจะต้องยิ่งบังคับตัวเองให้ค้นคว้าและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ไม่งั้นคงจะไม่มีเรื่องอะไรมาเขียน เพราะเขียนถึงจะเข้าใจ เพราะถ่ายทอดจึงได้เรียน sharding ในสิ่งที่คุณรู้ ยิ่งคุณสอนคุณยิ่งเก่ง นี้คือเรื่องจริงคุณลองดูคุณจะพัฒนาทักษะอย่างมาก  “when you give you learning” จะทำอะไรให้เป็นอาจารย์ในสิ่งที่ทำ

 คุณจะเป็นคนที่น่ารู้จักและมีชื่อเสียงในเส้นทางอาชีพของคุณเอง

เมื่อเนื้อหาของคุณมีประโยชน์มีคุณค่า สิ่งที่ตามมาจะเกิดการแชร์และบอกต่อ ผู้คนจะมองคุณเป็นผู้มีความรู้ความชำนาญ (specialist) ในด้านนั้นทันที แน่นอนในสมัยก่อนเราไม่จำเป็นต้องมีชื่อเสียงก็ได้ เรียนให้สูง ขยันๆ ทำงานหนักก็พอ แต่สมัยนี้ทุกคนต่างก็พัฒนาตัวเองเก่งขึ้น เต็มไปหมด ก็แปลว่า คู่แข่งในการทำงานเยอะขึ้นเก่งขึ้น ในยุคนี้ความเก่งอย่างเดียวไม่พอ เรียนให้สูงมหาวิทยาลัยดังก็ไม่พอเช่นกัน คุณต้องตระหนักและเข้าใจนะครับว่า เจ้านายที่จ้างคุณ ลูกค้าที่จ้างคุณ เขาเหล่านี้มีทางเลือกมากมาย ต่อให้เขาจ้างหรือซื้อบริการจากคุณแล้ว ในความเป็นจริง เขาจะไปจ้างหรือซื้อบริการจากใครที่ไหนก็ได้ เพราะยังไงค่าจ้าง มันก็ไม่ต่างกันมากนัก ให้ผลเหมือนกัน คุณภาพก็เท่าๆกัน ทำไมเขาถึงต้องจ้างหรือซื้อบริการจากคุณ คุณตอบได้ไหมคุณมีอะไรเป็นที่ต้องการ ?

คนที่เป็นที่ต้องการในธุรกิจก็คือ “คนที่มีชื่อเสียง” ภาษาการตลาดเรียกว่า Brand
  • ในธุรกิจการมี brand เปรียบเสมือนคุณมีฐานลูกค้าอยู่ในมือ ! นี้คือสิ่งที่ได้เปรียบ บริษัทใหญ่จะยอมจ่ายเงินเดือนแพงๆ เพราะเขาต้องการลูกค้าในมือคุณ จะเห็นว่าบริษัทสมัยนี้ ไม่ได้จ้างคนที่เรียนสูง หรือ Profile ดี เขาต้องการคนที่สามารถหาลูกค้าสร้างเงินสร้างกำไรให้กับธุรกิจได้
  • ใน freelance การมี brand คือคุณจะเป็นที่รู้จัก ชอบพอและเชื่อใจ เมื่อลูกค้ามีปัญหาเขาจะคิดถึงคุณเป็นคนแรก คุณสามารถบอกกับเขาได้เลยว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด และบริการหรืออาชีพเราเป็น solution ให้เขาอย่างไร

คุณเคยตั้งคำถามแบบนี้ไหมว่าทำไมคนส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จไม่รวย ? ทั้งๆที่คนส่วนใหญ่ก็เก่ง ฉลาดกันทั้งนั้น เพราะคนส่วนใหญ่สร้างโอกาสสร้างเวที สร้างโชคไม่เป็น คุณเริ่มสร้างได้จากการเริ่มที่จะแบ่งปันคุณค่าที่คุณมี สิ่งที่คุณต้องคิดต่อมาคือ สาขาอาชีพของคุณจะเป็นประโยชน์อะไรให้คนอื่นได้ infopreneur คือ information + entrepreneur career path ก็คือการขายข้อมูลในเส้นทางอาชีพของเรา ข้อมูลที่ให้คือ ข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องในเส้นทางอาชีพของเรา ปัญหาอะไรในโลกที่ข้อมูลในอาชีพนี้จะแก้ไขได้  ปัญหาในเส้นทางอาชีพตัวเองที่คุณเคยประสบผ่านมาและอยากจะแบ่งปันให้คนรุ่นหลัง หรือแม้กระทั้งความรู้ในเส้นทางอาชีพของคุณเอง

สรุป infopreneur career path

บทสรุปของคนหน้าใหม่ที่ไม่มีผลงาน ไม่ว่าคุณจะเก่งหรือจบมาสูงแค่ไหน เวลาคุณมี idea นำเสนออะไร คุณเก็บโยนทิ้งไปได้เลย หัวหน้าหรือเจ้านาย เขาไม่เสียเวลามานั่งฟังคนไร้ประสบการณ์หรอกครับ คุณจะหาทางสร้างผลงานอย่างไร ? ในเมื่อค่านิยมในองค์กร ไม่เปิดโอกาสให้ได้แสดงศักยภาพ ในเมื่อคุณหาโอกาสในองค์กรไม่ได้คุณก็ต้องไปหานอกองค์กร ในเมื่อเส้นทางอาชีพเดิมๆมันใช้ไม่ได้ผลเราก็ต้องกล้าที่จะมองหาเส้นทางใหม่ โอกาสและโชคคือสิ่งที่เราต้องสร้างเองจริงไหมครับ

สุดท้ายคุณจะลองเอาคำตอบ 5 คะแนนเต็ม 100 (แนวคิด infopreneur career path )ไปลองใช้ในชีวิตจริงดู หรือจะเดินตาม career path (100 คะแนนเต็ม) แบบเดิมๆ แต่เชื่อผมเถอะว่าเส้นทางนี้มันท้าทายกว่า และ สนุกกว่ากันเยอะ

มันยากมากในการทำสิ่งที่ไม่เหมือนใคร แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่เหมือนใครเช่นกัน


แด่ความสำเร็จครับ

ปล.บางครั้งเราก็ต้องพึ่งความเห็นจากคนอื่น รบกวน Comment หรือวิจารณ์บทความให้ด้วยครับ