เป้าหมายในชีวิต คุณหามันเจอแล้วหรือยัง?

ช่วงวันหยุดสิ้นปีผมมักจะเห็นผู้คนจำนวนมาก ต่างพากันวางแผนตั้งเป้าหมายที่จะทำมันให้สำเร็จลุล่วงในปีหน้า เปรียบเสมือนเป็น sense ของมนุษย์ที่ต้องการผลลัพธ์ใหม่ๆ อยากทำอะไรใหม่ๆ แต่แล้วหลังจากสิ้นปีผ่านมาเพียงไม่นาน เป้าหมายในชีวิต ของพวกเขาก็จะเจือจางหายไป เป็นได้แค่ช่วงเวลาหนึ่งที่ฮึกเหิมเท่านั้น ไม่ได้ทำต่อ และทุกปีก็จะเป็นอย่างนี้วนเวียนไปเรื่อยๆ จนชีวิตไม่สามารถสมหวังตามปรารถนาได้สักที…

เป้าหมายในชีวิต

ทำไมเราถึงต้องมีเป้าหมายในชีวิต

เรามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ??? คำตอบสำหรับผมก็คือ “เรามีชีวิตอยู่เพื่ออนาคตครับ” อย่ามาน้ำเน่าบอก “มีชีวิตอยู่เพื่อเธอนะ” – – เพราะถึงไงเพื่อเธอก็เพื่ออนาคตของ 2 เรานั่นแหละ  อนาคตมีความสำคัญไม่ใช่เพราะมันยังมาไม่ถึงหรือยังไม่เกิดขึ้น แต่…

อนาคตมันพิเศษตรงที่ว่า “มันจะเป็นช่วงเวลาที่ชีวิตของเราจะได้แตกต่างจากปัจจุบัน”

มันคงจะแย่แน่ๆ ถ้าตัวคุณหรือผลลัพธ์ในชีวิตของคุณวันนี้ ไม่ได้แตกต่างไปจากวันนี้ของปีที่แล้วเลย เราต้องมีผลลัพธ์ทางชีวิตที่ดีขึ้นกว่าอดีตสิ ไม่งั้นเราจะมีอนาคตไปทำไม ซึ่งแน่นอน ไม่มีใครสามารถที่จะทำนายอนาคตของตัวเองได้ แต่สิ่งที่เราแน่ใจได้ก็คือ “อนาคตจะแตกต่างจากปัจจุบัน มันต้องมีรากฐานมาจากทุกวันนี้

T. Harv Eker เขียนในหนังสือ the secret of millionaire mind ไว้ว่า “The number one reason most people don’t get what they want is that they don’t know what they want.”

เหตุผลอันดับหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ นั่นก็เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าต้องการอะไร เมื่อไม่รู้ก็ไม่ขวนขวาย ไม่หาทาง สุดท้ายก็ไม่มีทางได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการมาครอง เพราะความสำเร็จและร่ำรวยมันเกิดจากการที่เราตอบสนองต่อบางสิ่งบางอย่างในทิศทางที่เราตั้งใจไว้เท่านั้น

ฉะนั้นแล้วจงเป็นกัปตันเรื่อชีวิตของคุณเสียเองเถอะครับ อย่าปล่อยให้ชีวิตไหลไปตามกระแสน้ำเรื่อยๆเลย เพราะมันจะพาเราไปติดเกาะที่ไหนก็ไม่รู้ ชีวิตคุณยังต้องมีอนาคต คุณถึงต้องมีเป้าหมาย และอนาคตจะดีขึ้นได้อย่างไร หากคุณไม่คิดที่จะตั้งเป้าเพื่อให้ได้ลงมือทำอะไรสักอย่าง

การค้นหา เป้าหมายในชีวิต

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มองหาจุดมุ่งหมายบางอย่าง นับตั้งแต่อดีตกาลที่เราเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่า “เราอยู่ตรงส่วนไหนของจักวาล” ไม่มีใครค้นพบตั้งแต่แรกหรอกครับว่าเป้าหมายในชีวิตที่แท้จริงแล้วคืออะไร จนกว่าเขาคนนั้นจะได้พยายามออกค้นหามัน และเป้าหมายที่แท้จริงจะเผยโฉมให้กับผู้ที่ออกค้นหามันอย่างจริงจังไม่ลดละเท่านั้น

1อันดับแรกผมขอจากคุณเพียงแค่ประโยคเดียว : คุณไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับเป้าหมายยิบย่อยมากนัก ผมขอให้คุณคิดถึงจุดมุ่งหมายที่คุณต้องการแล้วสรุปให้ได้เพียงแค่ประโยคเดียว เช่น

  • ภาววิทย์อาจารย์สอนหุ้นและที่ปรึกษาการลงทุน
  • คุณบอยวิสูตรนักเขียนสร้างแรงบรรดาลใจอันดับหนึ่งของประเทศ
  • พี่หมง มงคล ลุสัมฤทธิ์ ช่วยสอนให้คนรุ่นใหม่ทั้งประเทศรู้จักวางแผนการเงิน
  • เธอเดินทางไปรอบโลกด้วยการปั้นธุรกิจท่องเที่ยว
  • เขาคือที่สุดของอาจารย์สอนดนตรีออนไลน์

จงเริ่มด้วยคำถามสำคัญที่ว่า “เป้าหมายของคุณจะสรุปให้ได้ประโยคเดียวแบบโดนๆได้อย่างไร” ทุกความยิ่งใหญ่ของคนประสบความสำเร็จทั่วโลก ล้วนถูกถ่ายทอดได้ด้วยคำพูดประโยคเดียว

2 เขียน Bucket List  : 10 สิ่งที่อยากมี เป็นและทำ (แนะนำหนัง The Bucket List ให้ไปดู)

  • ฉันอยากมี …… (10 อย่าง) คู่ชีวิตที่ดี, รถเบนซ์ ฯลฯ
  • ฉันอยากเป็น …… (10 อย่าง) นักพูดสร้างแรงบรรดาลใจ, นักลงทุน ฯลฯ
  • ฉันอยากทำ …… (10 อย่าง) โดดล้มจากเครื่องบิน, เที่ยวรอบโลก, พัฒนาชีวิตผู้คน ฯลฯ

ลองดูเลยครับ หากระดาษมาสักแผ่น เขียนมันลงไปหรือจะช่วยกันเขียนร่วมกับคนรักก็ได้ แล้วนำมันไปแปะไว้ในที่ ที่คุณสามารถมองเห็นมันได้ทุกวัน

3 Self talk คุยกับตัวเองบ้าง : เราทุกคนต่างก็มีเวลามากมายในการพูดคุยกับคนอื่น แต่ไม่เคยได้พูดคุยกับตัวเองเลย การคุยกับตัวเองไม่ใช่คนบ้านะครับ แต่เป็นตอกย้ำให้ตัวเรารับรู้ถึงสิ่งที่ใจต้องการจริงๆ มีผลวิจัยทางจิตวิทยามาแล้วมากมายเกี่ยวกับการ Self talk ว่าได้ผลดีเยี่ยม สามารถกระตุ้นให้คนเปลี่ยนแปลงตัวเองได้

ขอให้คุยทุกเช้าใช้เวลาสัก 5 นาที ยืนอยู่หน้ากระจก มองตนเอง เริ่มต้นด้วยคำถามง่ายๆ ว่า “ฉันต้องการอะไร ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ดีแล้วหรือยัง” รวมทั้งคำพูดที่ให้กำลังใจตัวเองด้วย “ฉันเก่งอยู่แล้ว ใช้กฎแห่งแรงดึงดูด ชีวิตฉันวันนี้จะต้องเจอแต่เรื่องดีๆ”

และก่อนนอนก็ขอให้ทำเหมือนเดิม โดยให้ถามตัวเองเมื่อสิ้นสุดในแต่ละวันว่า “ฉันทำได้ดีมากขึ้นกว่าเดิมไหม และตัวฉันในวันนี้ดีกว่าเมื่อวานหรือเปล่า” การพูดกับตัวเองทุกวันแบบนี้จะสร้างแรงบันดาลใจ เพิ่มพลังทางบวกให้คุณ และจะทำให้คุณรับรู้ถึงเป้าหมายได้อย่างแน่นอน

เริ่มต้น achieve เป้าหมายในชีวิตจากเรื่องเล็กๆ

ตั้งเป้า small win เราส่วนใหญ่มักจะมีความเชื่อให้ตั้งเป้าใหญ่ไว้ แต่ความจริงแล้วเราควรจะเริ่มจาก scale เล็กๆก่อน เพื่อเปลี่ยนกิจวัตร (routine) จะมีประสิทธิภาพมากกว่า ชีวิตไม่ได้เหมือนในหนังนะครับ ที่ขี้เกียจมาตลอดทั้งชีวิตแล้วอยู่ๆวันหนึ่งเกิดบ้าพลังอยากลุกขึ้นมาขยัน แบบนี้มันเป็นไปไม่ได้

Diagram จะเป็นอย่างงี้ เป้าหมายที่บรรลุได้โดยพยายามเพียงเล็กน้อย > เป้าหมายที่บรรลุได้โดยพยายามอย่างใหญ่หลวง > เป้าหมายที่อาจจะไม่มีทางบรรลุได้ ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าใดก็ตาม

คนส่วนใหญ่จะทำจากอย่างหลังก่อน เช่นการให้ความสำคัญกับคำว่า “รวย” เป็นอันดับหนึ่ง ไม่แปลกที่ทุกคนมุ่ง focus เป้าหมาย ไปที่การหาเงินเป็นอันดับแรก อยากรวยอยากมีอิสระภาพทางการเงิน มีเงินเป็น 100 ล้าน พันล้าน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี หากแต่เป้าหมายที่ปราศจากแผน ก็เป็นเพียงแค่ความเพ้อฝัน

เป้าหมายใหญ่ๆ ผมไม่ได้หมายความว่าไม่มีทางเป็นไปไม่ได้นะครับ เพียงแต่ความเชื่อในปัจจุบันของเรามันยังไม่พอ ทำให้เรา focus มั่วไปหมด คุณอาจจะคิดถึงผลลัพธ์ภาพใหญ่ได้ แต่คุณก็ต้องมีเป้าหมายใน scale ขนาดย่อมเหมือนกัน เริ่มฝึกตั้งเป้าหมายให้อยู่ในระดับพอดี เล็กเกินไปจะไม่ motivate ใหญ่เกินไปความเชื่อมั่นเรายังไม่พอ(ตัวเองจะไม่สามารถยึดมั่นว่าทำได้นาน) เป้าหมายที่พอดีและเป็นไปได้ก็อย่างเช่น …
Ex.สมมุติวันนี้คุณมี Income จากเงินเดือนอยู่ประมาณ 3 หมื่นบาท ในเดือนนี้คุณอยากจะเพิ่ม income ขึ้นมาสัก 10% โดยที่ไม่จำเป็นต้องรอ bonus คุณว่ามีความเป็นไปได้ไหมที่คุณจะหาหนทาง คุณจะถามกับตัวเองว่าต้องทำยังไง มีวิธีไหน และพอทำได้ คุณจะเริ่มเชื่อและกำหนดชีวิตตัวเอง ถ้าในวันนี้คุณทำได้  เดือนหน้าคุณก็เพิ่มเข้าไปอีก income เพิ่มขึ้นอีก 20 %  ค่อยๆบรรลุมันไปเรื่อยๆ

 

ไม่จำเป็นต้องเก่งเว่อร์วังต้้งแต่แรก ขอให้คุณจดจ่อกับการพัฒนาเล็กๆน้อยๆเป็นหลัก มันจะช่วยทำให้คุณมีกำลังใจในการฝึกฝนต่อไปจนกระทั่ง ถึงวันที่ income คุณเพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 1000%

วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการมีเป้าหมาย

อีกหนึ่งจุดประสงค์ของการไล่ตามเป้าหมายไม่ใช่แค่เพื่อการบรรลุ แต่คือการเปลี่ยน routine ของคุณให้เก่งขึ้นดีขึ้น เพราะถ้าคุณเอาแต่มองว่าเรื่องยากคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ คุณก็คงไม่คิดจะเริ่มต้นลงมือทำด้วยซ้ำ

มันถึงต้องเริ่มจาก small win เริ่มจากเรื่องเล็กๆน้อยๆให้ได้ก่อน คุณเขียนบทความได้ 1 บทความต่อวันหรือเปล่า คุณออกกำลังกายครบ 30 นาทีหรือยัง คุณท่องศัพท์ครบ 10 คำต่อวันไหม คุณทำแผนการก่อนการเทรดหุ้นทุกครั้งหรือไม่ การทำเป้าหมายได้สำเร็จ จะก่อให้เกิดความสุข ความมั่นใจ แล้วมันจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคุณไปเอง

จงอย่ากังวลว่าผลลัพธ์จะต้องออกมาไร้ที่ติ อย่าไปยึดติดกับผลลัพธ์ จงโฟกัสไปที่การได้ทำอย่างเต็มที่ สุดฝีมือ แล้วผลลัพธ์จะดูแลตัวมันเอง อย่ามัวแต่ห่วงรางวัลจนลืมสนุก เพราะแท้จริงแล้ว…

ความสนุกเพลิดเพลินอยู่ที่การไขว่คว้า มากกว่าได้มันมา

ขอแค่ได้ทำตามเป้าหมายที่ท้าทาย ยืดตัวเราเพิ่ม ทำอย่างสุดฝีมือเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น เก่งขึ้น enjoy ไปกับประสบการณ์การเดินทางที่น่าสนุกเป็นพอ

จุดมุ่งหมายเป็นพลังให้กับการขับเคลื่อนชีวิตของมนุษย์ คนที่ละทิ้งเป้าหมายเขาจะมีแต่ความสงสัย และความสงสัยนี่เองที่ทำให้จิตเรา direct ไปในเรื่องลบๆ มันจะทำให้เราหาเหตุผลต่างๆนาๆ 108 มาเป็นข้ออ้างให้ล้มเลิก ต่างจากคนที่มีความเชื่อ คนเหล่านี้เขาจะไม่มาคิดสงสัยว่าทำไมเขาถึงทำไม่ได้ เขาต้องการแค่คำตอบเดียว ว่าทำไมเขาถึงทำได้ และสุดท้าย เขาก็จะหาหนทางกรรมวิธีต่างๆ เพื่อบรรลุได้ด้วยตัวของเขาเอง