กระบวนการสร้างรายได้ ไปสู่นักธุรกิจและนักลงทุน 101ว่าด้วยเรื่องของการสร้างรายได้จากธุรกิจ

สมัยมหาลัยผมได้เงินจากทางบ้านประมาณ 8,000 บาทต่อเดือน (ค่าใช้จ่ายทั้งหมด) สรุปไม่พอใช้ – – จึงไปหารายได้เสริมโดยการเล่นดนตรีกลางคืน ทำให้สร้างรายได้มาเป็น 12,000 บาท/ต่อเดือน  ถึงกระนั้นแล้วผมก็ยังอยากมีเงินเพิ่ม แต่จนปัญญาไม่สามารถใช้แรง+เวลาเพิ่มได้

วันหนึ่งเผลอไปได้ยินผ่านๆเกี่ยวกับ “การสร้างเครื่องผลิตเงิน” ในเวลานั้นก็คิดแบบเด็กๆ ตัดสินใจนำเงินเก็บ 1 หมื่น ยื้มที่บ้านอีก 4 หมื่น(ทุเรศมาก) ซื้อตู้น้ำมันหยอดเหรียญมาตั้งไว้ที่บ้าน (บ้านเปิดร้านขายของอยู่ต่างจังหวัด) แถมยังมักง่ายให้คนที่บ้านดูให้ โดยหักลบแล้วแบ่งส่วนกำไรกัน (ตู้น้ำมันต่างจังหวัดทำเลดี เมืองท่องเที่ยว ฝรั่งจีนเติมเยอะ) กำไรสุทธิได้เกือบ 4,000 บาทต่อเดือน (หารครึ่ง) มีค่าเสื่อมบ้าง แรกๆโดนโจรงัดบ่อยแก้ปัญหาโดยการอ๊อกเหล็กมากลั้น และทำให้รายได้ผมเพิ่มขึ้นมาเป็น 14,000 บาทต่อเดือน

เงินลงทุนที่เพิ่มมาแค่ 2,000 บาทมันอาจดูน้อยสำหรับคุณ แต่กับเด็กมหาลัยที่ไม่ค่อยมีภาระมันเป็นที่น่าพอใจมากเลยนะ ช่วยให้หมดห่วงเรื่องเงิน และไอประสบการณ์ “หมดห่วงเรื่องเงินนี่แหละ” มันทำให้ผมเริ่มหลงใหลในศาสตร์ของการลงทุนเข้าอย่างจัง

บทความนี้คือการแชร์มุมมองในเรื่องของ ธุรกิจและการลงทุนฉบับ me-mindset blog ล้วนๆ

แนวคิดมิติของการ สร้างรายได้ ฉบับ me-mindset blog

เรื่องของการ สร้างรายได้

“ทุกวันนี้คนห่วงเรื่องเงินกันมากที่สุด” ถูกต้องไหม ทางแก้ปัญหาแบบ basic คือการหารายได้เพิ่ม ขยันขึ้น ทำ OT ย้ายที่ทำงาน แต่ลึกๆเราก็รู้กันอยู่แล้วนิ ว่าจะหมดห่วงเรื่องเงินได้ก็ต้องมี income ที่เข้ามาเยอะๆ 5 หมื่นต่อเดือน 1 แสนต่อเดือน ไปจนถึงหลักล้านก็ว่ากันไป

แต่ไอการจะได้เงินหลักแสนต่อเดือนเราจะมาใช้กลยุทธ์แบบเดิมๆไม่ได้ เมื่อก่อนแม่ผมสอน “ไม่มีคนจนในหมู่คนขยัน” โตมาถึงรู้ว่า “ขยันแบบผิดๆ 10 ปีก็ไม่รวย” เราถึงต้องใช้ความรู้ใหม่ วิธีคิด + วิธีทำใหม่ รับรู้สิ่งใหม่ เพื่อสร้างผลลัพธ์ใหม่ๆ โดยผมนิยามการทำธุรกิจและการลงทุนไว้ดังนี้

  • นักธุรกิจ = ตอบสนองความต้องการของผู้อื่น

ทำไมต้องตอบสนอง ? … เข้าใจก่อนถ้าหากคุณคิดจะมีหน้าร้านไม่ว่าจะด้วยช่องทางไหนก็ตามเพื่อซื้อมาขายไป หรือผลิตสินค้าบริการมาขายเอากำไรจากส่วนต่างราคา แบบนี้เขาเรียกหาเช้ากินค่ำไม่ใช่ธุรกิจ ที่คุณทำธุรกิจหรือค้าขายแล้วเฉ๋งไปไม่รอดเหตุผลก็ง่ายๆ เลยครับ “เพราะคุณทำในสิ่งที่คนอื่นไม่ต้องการไง”

ฉะนั้นหากคุณเก่งอะไรสักอย่าง หรือมีความสามารถทาง career อะไรก็ตามที่มีผู้คนเรียกร้องอยากให้คุณทำ บอกคุณว่าเก่ง เอาอีกสิ ทำให้ฉันดูหน่อย คุณก็คือนักธุรกิจ

  • นักลงทุน = นักเก็บสะสม

เป็นการลงแรง+ลงเงิน เพื่อสร้างหรือเก็บอะไรบางสิ่งบางอย่าง สามารถที่จะสร้างกระแสเงินสดได้ในรูปแบบของ ดอกเบี้ย คอมมิชชั่นและปันผล มากน้อยขึ้นอยู่กับมูลค่าและการ leverage ในระยาว การจะเก็บหรือสร้างอะไร ต้องเข้าใจในเรื่องของ demand & supply และการประเมิณค่าสิ่งต่างๆ

หากคุณเป็นพวกหมกหมุ่นใช้เวลาและแรงไปกับการสร้าง ซื้อหรือเก็บสะสมอะไรบางอย่าง  ซึ่งในหลายๆสิ่งคนรอบข้างอาจไม่เข้าใจ ชอบต่อยอดก่อนใช้จ่าย ทำอะไรมองไปที่มูลค่ามากกว่าผลตอบแทน คุณก็คือนักลงทุน

ในความจริงแล้วคุณก็เป็นได้ทั้งหมดนั่นแหละ แต่มันมีความต่างของการสร้างรายได้ วิธีการ ผลตอบแทน และระยะเวลาที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงความต้องการ ความเชื่อของแต่ละคนด้วย

สร้างรายได้ แบบนักธุรกิจอย่างไร?

คิดง่ายๆ ทำไงให้ขายของได้ ? : คุณอยากขายเพราะต้องการหารายได้เพิ่ม แล้วไอของที่คุณขาย คนอื่นต้องการมันหรือเปล่า เป็นสิ่งที่พวกเขาอยากใช้หรือจำเป็นต้องใช้ และเหนือสิ่งอื่นใด ทำไมเขาต้องมาซื้อจากคุณ ซึ่งการที่ใครสักคนจะซื้อของคุณได้ ผมบอกได้เลยว่าธุรกิจคุณต้องมีคุณสมบัติดังนี้

1 ธุรกิจมี Real Demand : เข้าถึงความต้องการที่แท้ของผู้คน(บางกลุ่ม) กล่างคืออุปสงค์ที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองและอุปทานที่ยังไม่มีคนมองเห็น เช่น

  • skillane startup : โรงเรียนออนไลน์ ตอบโจทย์ life style คนรุ่นใหม่ แก้ปัญหาให้คนอยากเรียนรู้แต่ไม่มีเวลา
  • stock radar : application ยอดฮิตในหมู่นักลงทุนชาวไทย เป็นอะไรที่ง่ายต่อการดูหุ้น วิเคราะห์ผ่าน smart phone
  • Uber : ธุรกิจรถรับจ้างที่ไม่มีรถเป็นของตัวเองสักคัน ตอบสนองให้กับคนที่ต้องการเดินทางไกลแต่ไม่อยากขับรถ กับอีกคนที่มีรถแล้วอยากหารายได้เสริมจากการขับรถไปส่ง
  • Airbnb : ธุรกิจจัดหาห้องพัก ไม่ต้องมีห้องเป็นของตัวเอง เพื่อนักท่องเที่ยวที่อยากหาที่พัก แต่ไม่อยากเสียค่าโรงแรมแพงๆ กับคนมีบ้านแล้วยินดีอยากให้คนมาเช่าพัก

ตัวหนังสือสีส้มนั่นแหละคือ Demand & Supply หากคุณคิดค้นอะไรแล้วตอบสนองความต้องการให้กับกลุ่มเป้าหมาย คุณก็สามารถต่อยอดเป็น Sme หรือ startup ได้ไม่ยาก

2 การสร้างมูลค่าสมมุติ (intangible values) : ง่ายๆ มันก็คือ Brand ที่ผมเรียกมูลค่าสมมุติ เพราะกาแฟนางเงือกแก้วละ 150 มันมี Demand จากการตลาด เขาออกแบบ business brand มาให้ผู้บริโภคต้องการ

เห็นหรือยังว่าทำไมผมถึงนิยามธุรกิจเป็น “การตอบสนองความต้องการผู้อื่น” ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จล้วนเป็นการออกแบบถึงสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายเฉพาะต้องการ คุณอาจสงสัยว่า ถ้าพวกเขาต้องการใยถึงมองไม่เห็นมันละ? นั่นก็เพราะแท้จริงแล้วมนุษย์ไม่รู้หรอกว่าตัวเองต้องการอะไร ตัวคุณเองก็ยังไม่รู้เลยจริงไหม

me-mindset blog เลือกช่องทางสร้างรายได้ด้วยธุรกิจ infopreneur

คนที่ปากบอกอยากทำธุรกิจส่วนใหญ่เขาไม่ได้อยากเป็นเจ้าของธุรกิจหรอกครับ เขาอยากเป็นเจ้าของชีวิตตัวเอง ผมเองช่วงแรกก็ลังเลใจเอามากๆ ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะก่อตั้งธุรกิจของตัวเองขึ้นมาดีหรือไม่ เพราะเราสามารถสร้างรายได้มหาศาลได้อยู่แล้วจากการลงทุนกับธุรกิจในจังหวะที่ถูก แล้วเติบโตไปพร้อมกับมัน

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ At the end ของคุณด้วย การเรียกชื่อผมว่าเป็น CEO ธุรกิจ … มันไม่ใช่แนวทางจริงๆ แต่ถ้าหากว่าต้องทำธุรกิจขึ้นมาผมก็จะทำธุรกิจที่เรียกว่า ธุรกิจขายข้อมูลหรือ infopreneur ด้วยเหตุผลดังนี้ <<< โปรดอ่าน link

  1. เพราะผมมีความรู้เฉพาะทาง : อย่างที่เข้าใจ infopreneur คือการขายความรู้ กล่าวถึงคอร์สออนไลน์ต่างๆ e-book ถ้าทำ ผมจะทำคอร์สสอนการตลาด, classical guitar, หมากล้อม, แล้วก็งานออกแบบภายใน
  2. คุ้มค่าการลงทุน : มันเริ่มได้เลย เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าตั้งแต่ต้นจากการสร้างชื่อในโลกออนไลน์ ทำให้โลกรู้ว่าคุณเก่งเรื่องอะไร (personal branding)
  3. ผมมี passion เป็นนักลงทุน : มองธุรกิจเป็น multiple stream of income คุณไม่ต้องผลิตอะไรมาขาย มันคือ info product แถมไม่มีค่าเสื่อม กำไรสุทธิแทบจะเข้ากระเป๋าเต็มๆ
  4. การตลาด medthod สู่ความสำเร็จ มันก็หลักการเดียวกัน ไม่ว่าจะธุรกิจอะไร ใช้ได้เหมือนกันหมด

ฉะนั้นในบทความนี้รวมถึงทั้งหมดของ blog จะไม่มีการพูดถึง SME , (tech)Startup แต่อย่างใด ผมว่าทุกวันนี้มีคนก่อตั้งธุรกิจมากเกินไปแล้วด้วยซ้ำ อีกอย่างมุมมองธุรกิจของผมคือเรื่องที่เกี่ยวกับคน ผมชอบในเรื่องของการช่วยผู้คนให้ได้ในสิ่งที่พวกเขาต้องการมากกว่า

อ่านวิชา 102 “การเริ่มต้นสร้างธุรกิจให้เป็นในรูปแบบของเครื่องผลิตเงิน”Read More