ยิ่งให้ยิ่งได้ สร้างโอกาสและความสำเร็จด้วยการเรียนรู้ที่จะให้

คุณคาดหวังว่าลูกค้าจะยอมจ่ายให้คุณเท่าไหร่? คุณคาดหวังว่าเจ้านายจะยอมจ้างคุณด้วยเงินที่มากแค่ไหน? หรือคุณคาดหวังว่าอยากให้มีลูกค้าเข้ามาซื้อหรือใช้บริการธุรกิจของคุณเยอะๆ ทั้งหมดที่คุณคาดหวังมานี้ คือสิ่งที่ทำให้คุณไม่ได้ในสิ่งที่หวัง – –

เฮ้ยยย !!! โลกเรานี่ก็แปลกมันเป็นอย่างนี้จริงๆ แล้วเราก็ชอบหาคำปลอบใจมาว่า “อย่าไปคาดหวังอะไรใหญ่โตนักเลย เอาแค่พอประมาณ พอเป็นไปได้ดีกว่า” กลัวผิดหวังว่างั้นเถอะ

การคาดหวังไม่ผิดครับ แต่มันแย่ตรงที่ว่าส่วนใหญ่ไม่ได้ตามที่หวังน่ะสิ เอาล่ะงั้นผมขอถามคุณกลับมั้งเพื่อให้คุณมองอีกมุมหนึ่งดูว่า แล้วลูกค้า เจ้านาย คนอื่น เขาคาดหวังอะไรจากคุณ ?

  • คุณทำร้านอาหารเขาคาดหวังอะไรจากคุณ : อาหารอร่อย คุณภาพดี บรรยากาศดี สะอาด ดนตรีเพาะ ไหนๆก็มาร้านนี้แล้วขอแค่ให้สมกับราคาก็พอ
  • คุณขายครีมออนไลน์เขาคาดหวังอะไรจากคุณ : ส่งเร็ว ใช้แล้วขอให้หน้าฉันดีขึ้นก็พอ
  • คุณเป็นนักออกแบบเขาคาดหวังอะไรจากคุณ : ฉันอยากจะได้ห้องในคอนโดสวยๆ ที่คุณภาพเหมาะสมกับราคาว่าจ้าง

แฟร์ดีไหมครับ การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมกันไง จ่ายสิ่งหนึ่งเพื่อให้ได้สิ่งหนึ่ง แต่คุณเชื่อไหมว่าการที่จะโดดเด่นจนถึงขั้นประสบความสำเร็จในด้านใดก็ตาม เราจะมัวแต่มาแลกเปลี่ยนในสิ่งที่เท่าเทียมกันไม่ได้ เพราะในความเป็นจริงแล้ว…

คุณจะได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากคนอื่น เมื่อคุณได้ให้สิ่งที่ดีที่สุดของคุณไป – Harvey Firestone

Key Success มันอยู่ตรงนี้ครับ คุณจะได้รับมากกว่ามูลค่าพื้นฐานที่คุณควรจะได้ ก็ต่อเมื่อ “คุณได้ให้ในสิ่งที่เกินความคาดหวังแก่เขา” เนี่ยแหละครับ คือคำนิยามของคำว่า ยิ่งให้ยิ่งได้

ยิ่งให้ยิ่งได้ คืออะไร ?

เรียนรู้ที่จะให้ในสิ่งที่เกินความคาดหวัง

คุณเป็นมากกว่าแค่เน็ตไอดอลที่ขายครีมออนไลน์ได้ป่ะล่ะ …ได้สิ!!! ก็เป็นโคโยติ้เต้น sexy โชว์ไปด้วยไง เฮ้ยยยย! ไม่ใช่…

คุณพอนึกภาพออกไหม มันคือการให้ในสิ่งที่ลูกค้าไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้รับสิ่งเหล่านี้ได้จากที่ไหน เป็นในแง่ของ valuation อาจหมายถึงการเติมเต็มทางด้านจิตใจ การเป็นมากกว่าสิ่งที่ทำอยู่ การรับรู้ถึง “คุณค่า” ที่ตนเองได้รับ และประสบการณ์ที่คาดไม่ถึง อย่างเช่น…

1 การรู้จักมอบคุณค่า(value)ให้กับผู้อื่น : ความปรารถนาที่มนุษย์ต้องการมากที่สุดก็คือ “การที่ได้รับรู้ว่าผู้อื่นเห็นถึงคุณค่าของตนเอง” สิ่งนี้มันอยู่ลึกกว่าความรู้สึกต้องการเป็นที่รักเสียอีก คู่รักที่เลิกกันอาจไม่ใช่เพราะหมดรัก แต่อาจเป็นเพราะฝ่ายนึงไม่สามารถรับรูุุ้ถึงการได้รับคุณค่าจากอีกฝ่าย ลูกค้าของคุณก็เช่นกัน

การให้คุณค่าเป็นสิ่งที่เรียบง่ายเอามากๆ อย่างการแสดงออกถึงการดูแลเอาใจใส่ และความปรารถนาที่อยากจะให้ลูกค้าของคุณชื่นมื่น happy มีความสุข

ตัวอย่างจาก live สด ของ getresponse ผู้ให้บริการ email marketing ที่ผมใช้อยู่ ในทุกช่วงวันหยุดเทศกาล เขาจะให้พนักงานดูแลลูกค้าด้วยการโทรหรือส่ง e-mail ไปอวยพร พร้อมทั้งขอบคุณลูกค้าที่เลือกใช้บริการของเขา ขอบคุณสำหรับทุกสิ่ง กล่าวทุกอย่างที่พวกเค้ารู้สึกเห็นคุณค่าในตัวของลูกค้าจากใจจริง สิ่งเล็กๆเหล่านี้ทำให้ลูกค้าประหลาดใจ รู้สึกดีจนยากที่จะลืม

การแสดงออกถึงความห่วงใย ชอบพอ ไม่ใช่เป็นการก้าวก่าย เราไม่ได้ไปตามตื้อตามจีบเขานิ แค่การทัก line ไปขอบคุณ อวยพรลูกค้า มันจะยากแค่ไหนกันเชียว

โปรดเชื่อเถอะครับ ทุกคนที่คุณพบเจอล้วนแล้วแต่มีความปรารถนาที่อยากจะถูกมองเห็นคุณค่ากันทั้งนั้น แรกๆพวกเขาอาจจะสงสัย งงๆ ว่าคุณจะมาไม้ไหนกันแน่ แต่ไม่ว่ายังไงลึกๆแล้วพวกเขาจะต้องรู้สึกดีแน่นอน เมื่อคุณทำให้ใครสักคนรู้สึกถึงการถูกเห็นคุณค่า นั่นจะเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุดสำหรับเขาเสมอ

2 การมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม : ในบทความ content marketing <<< link ผมได้ยกตัวอย่าง ซุ้มเฮียฮ๋ง บะหมี่มาเฟียที่เชียงใหม่ จุดที่ทำให้ร้านขายบะหมี่ของเขาขายดีมีชื่อเสียงคือ “ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับเมื่อมากินบะหมี่ร้านเขา” มันแปลกใหม่มันบ้าไม่เหมือนใคร ไม่ใช่บะหมี่ที่อร่อย ไม่ใช่บรรยากาศที่ดูดี ไม่ใช่ราคาที่พอเหมาะ สิ่งเหล่านี้เจ้าของธุรกิจร้านอาหารมักจะแข่งกัน  พยายามทำให้ดีกว่า เลิศกว่าไปหมดทุกอย่าง แต่เอาเข้าจริงๆมัน basic มากเลยครับ เพราะมันสามารถทดแทนกันได้

  • ธุรกิจที่ธรรมดา จะพยายามให้สินค้าและบริการในระดับแค่พอเหมาะ ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ เพื่อให้เหมาะสมกับเงินที่ลูกค้าต้องจ่าย
  • ธุรกิจที่ดี จะพยายามให้สินค้าและบริการในระดับที่ดีมาก เพื่อแลกกับเงินที่ได้จากลูกค้า
  • ส่วนธุรกิจที่ยอดเยี่ยม จะพยายามท้าทายทุกจิตนาการ เพื่อให้ประสบการณ์อันแสนวิเศษแก่ลูกค้าในสิ่งที่คาดไม่ถึง จนยากที่จะคาดเดาได้

ตรงคำว่าประสบการณ์นี่แหละครับ มันคือการให้ที่สูงกว่าจำนวนเงินใดๆจะจ่ายไหว แต่ก็จงอย่าลืมนะว่าคุณสมบัติพื้นฐานของคุณก็ต้องได้คุณภาพด้วย อย่ามาอินดี้ขายแต่อรรถรส แต่พื้นฐานห่วยแบบนี้ไม่เอา

3 คิดเพื่อจะให้ประโยชน์แก่ผู้อื่นก่อน : คิดให้ได้ว่าความเชี่ยวชาญความรู้ที่คุณมี จะสามารถสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่นได้อย่างไร คุณเก่งหรือถนัดด้านไหน จงใช้มันเพื่อทำ สร้าง หรือให้คำแนะนำแก่คนอื่น 

คนรวยเร็วสำเร็จเร็วนั่นก็เพราะ คนเหล่านี้สร้างประโยชน์ให้กับผู้คนได้มากมาย ถ้ามีประโยชน์แค่กับนายจ้าง ก็เป็นได้แค่ลูกจ้าง แต่ถ้าสร้างประโยชน์ให้องค์กร สุดท้ายเราจะเป็นผู้นำองค์กร , ถ้าสร้างประโยชน์ให้กับผู้คนที่เกี่ยวข้องกับอาชีพของเรา เราก็จะเป็นผู้นำในอาชีพนั้น , ถ้าเราสร้างประโยชน์ให้ชุมชน เราก็จะเป็นผู้นำชุมชน, และถ้าสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ เราก็คือผู้นำประเทศ

ยิ่งให้ยิ่งได้ ธุรกิจ

4 จงทำตัวจ้าง 500 เล่น 5000 ให้เป็นนิสัย : สมัยตอนฝึกงาน ผมสงเกตุเห็นพนักงานหลายคน พวกเขาไม่ยอมทำหน้าที่อื่นเลยนอกจากหน้าที่ของตัวเอง ด้วยคำอ้างสุด classic ที่ว่า “ไม่ใช่หน้าที่ฉัน”

คนส่วนใหญ่มักชอบทำอะไรเพียงแค่พอเหมาะ ผลลัพธ์ที่ได้มันถึงแค่พอเหมาะไง

การทำให้มากกว่างานที่ทำไม่ได้หมายถึงการทำ OT ขยันผิดหูผิดตา เพราะถ้าคุณทำด้วยความรู้สึกเสียสละ เป็นหน้าที่ ไม่เต็มใจ หรือเพื่อแลกกับอะไรบางอย่าง เมื่อนั้นการกระทำของคุณย่อมศูนย์เปล่า มันจะทำให้คุณเหนื่อย ท้อแท้เมื่อรู้สึกว่าผลตอบแทนไม่คุ้มกับสิ่งที่ทำ

ผู้ให้เขาจะบริการผู้อื่นด้วยความปลื้มปิติยินดี มีความสุขและสนุก ถ้าเขาจ้างคุณเป็นพนักงาน คุณก็ลองเข้าไปทำแบบเป็นเจ้าของกิจการดูสิ ตั้งโจทย์ได้เอง คิดแก้ปัญหา ไม่ต้องรอรับโจทย์จากใคร เพราะคุณไม่ได้มีหน้าที่แค่ชื่อหรือตำแหน่งที่เป็นอยู่ คุณสามารถเป็นได้ทุกอย่าง ที่คุณอยากจะเป็น

และจงอย่าไปหวังว่าจะต้องได้รับผลตอบแทน เดี๋ยวทุกอย่างจะตามมาเอง “ก่อไฟให้ฉันก่อนสิ แล้วเดี๋ยวฉันจะไปหาฝืนให้” เพราะคิดแบบนี้ไงชีวิตถึงไปไม่ถึงไหน

เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า “มูลค่าที่แท้จริงของเรา วัดได้จากสิ่งที่เราได้ให้ไป มีค่ามากกว่าสิ่งที่เราได้รับมามากแค่ไหน” จงทำให้เกินความคาดหมายของใครต่อใคร แล้วพวกเขาจะยินดีจ่ายให้คุณมากขึ้นนี่คือเรื่องจริง

ยิ่งให้ยิ่งได้ ไม่ใช่การเสียสละ

แม่ชีเทเรซาหาใช่ผู้ที่เสียสละใช้ชีวิตอยู่เพื่ออุทิตตนให้กับผู้อื่นตลอดไม่ จากคำพูดของเธอ เธอบอกมาว่า “ถ้าพวกเขารู้ว่าฉันรู้สึกสนุกแค่ไหนที่ได้ช่วยเหลือผู้คน พวกเขาจะไม่คิดว่านี่คือการเสียสละ”

ในเรื่องของการให้ เราไม่จำเป็นต้องทำให้มันยิ่งใหญ่สุดโต่ง หรือลงทุนอะไรมาก (อย่าง 4 ข้อที่ผมกล่าวมา)

ขอเพียงแค่คุณเริ่มที่จะ “เป็นมากกว่าสิ่งที่เป็นอยู่เพียงเล็กน้อย” ให้มันดูมีอะไรมากกว่าคุณสมบัติพื้นฐานขึ้นมาหน่อย คุณขายอาหาร ทำให้รู้สึกเป็นมากกว่าร้านอาหารได้เปล่า, เป็นนักขายทำให้ลูกค้ามองคุณเป็นที่ปรึกษาด้วยได้ไหม

เราไม่จำเป็นต้องฝืนทำในสิ่งที่จะทำให้เราแตกต่าง ขอแค่ให้สร้างความแตกต่างในแบบที่เราสามารถทำได้ก็พอ

ยิ่งให้ยิ่งได้ ทำไมถึงนำมาซึ่งการรับ

ถ้าจะหาเหตุผลอย่างง่ายๆก็คง “เพราะมนุษย์จะถูกขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ที่เขาได้รับ” เขาเลยยอมจ่ายมากกว่าอย่างนั้นใช่หรือไม่ ? ….

ไม่ใช่นะครับ ผู้คนเขาไม่ได้ต้องการเพียงแค่ได้ซื้อผลิตภัณฑ์หรือใช้บริการจากคุณ พวกเขาไม่สามารถได้รับการเติมเต็มจากการดูดบุหรี่ กินเหล้า ได้ทานอาหารหรูๆ ได้ซื้อเสื้อผ้าสวยๆมาใส่แล้วพอดีตัว ได้กินอาหารเสริมแล้วน้ำหนักลด หรืออะไรก็ตาม

อันที่จริงแล้ว ความพึงพอใจในสินค้าและบริการ มันกลายเป็นของธรรมดาไปแล้ว เพราะลูกค้าทุกคนต่างก็คาดหวังอยู่แล้วว่า เมื่อซื้อของหรือใช้บริการจากคุณพวกเขาจะต้องพอใจ ถ้าลูกค้าพอใจก็ถือว่าเสมอตัว แต่ลองไม่พอใจสิ เขาด่ายับ ที่แย่กว่านั้นคือ ถ้าเขาพอใจเขาจะเฉยๆกับคุณ พวกเขาจะเงียบไม่ได้รู้สึกดีอะไรกับคุณมากขึ้นเลย

การให้จึงเป็นการเติมเต็มส่วนนี้ครับ เพราะแท้จริงแล้วพวกเขาอยากที่จะรู้สึกดีขึ้น รู้สึกได้รับกำลังใจ รู้สึกว่าเป็นคนสำคัญ หรือรู้สึกเปลี่ยนแปลงไปในทางใดทางหนึ่ง

สิ่งเหล่านี้แหละครับจะเป็นตัวทำให้เกิด “ความคาดหวัง” ขึ้นมา ถ้าคุณทำธุรกิจโดยไม่มีสิ่งเหล่านี้อยู่ ผู้คนก็ย่อมไม่รู้ว่าจะคาดหวังสิ่งใด พวกเขาจึงคาดหวังในสิ่งพื้นฐานที่สุดอย่างราคา คุณภาพ การบริการ หรือคุณสมบัติ ซึ่งเป็นสิ่งที่หาจากที่ไหนก็ได้

ธุรกิจ การตลาด งานขายฯลฯ มันก็แค่แนวคิดทางวิชาการ การได้สัมผัสกับผู้คนต่างหากคือของจริง เมื่อคุณได้เรียนรู้ที่จะให้คุณค่ากับผู้อื่น พวกเขาก็จะรับรู้ถึงคุณค่าในตัวคุณเป็นการตอบแทน และในกระบวนการสร้างคุณค่านี้เอง โอกาสที่ดี ลูกค้าที่ดี ก็จะหลั่งไหลเข้ามาหาคุณอย่างมากมายมหาศาล


ปล. 1 หากคุณชอบแนวคิด ยิ่งให้ยิ่งได้ ก็ลองศึกษาต่อจากหนังสือ 3 เล่มนี่ดูครับ , ยิ่งให้ยิ่งได้(the go-giver) ยิ่งให้ยิ่งรวย(go-givers sell more) ยิ่งให้ยิ่งชนะ (it’s not about you)

ปล. 2 โปรดจงเลือกเอาคำแนะนำที่ดีที่สุดไปใช้เท่านั้น ไม่มีกฎเกณฑ์อะไรทั้งสิ้น

 

3 Comments

  • ศรุชา
    27/05/2017 22:16

    อ่านแล้วรู้สึกดีมากค่ะ
    เรื่องง่ายๆ ที่อาจจะละเลยไป แต่มันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อผู้อื่นและผลดีสะท้อนกลับมาที่เรามากยิ่งกว่า วินวิน … ยิ่งให้ยิ่งได้ …. จะใช้เป็นแนวทางของเรา
    ขอบคุณมากค่ะ

  • charn pimsarn
    19/11/2017 05:58

    อ่านแล้วรู้สืกดีมากครับ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ
    Your give is great.

    • 19/11/2017 19:42

      ขอบคุณที่สนใจเช่นกันครับ ^^