ปัญหาโลกแตก เริ่มต้นทำธุรกิจอะไรดี ?

เมื่อ 40 ปีก่อน รอย เรย์มอนด์ (Roy Raymond) อดีตเจ้าหน้าที่การตลาด MBA stanford เกิดอยากจะซื้อชุดชั้นในลายลูกไม้หรือผ้าซาตินให้กับเมีย แต่ในสมัยนั้นพวกชุดชั้นใน sexy จะหาซื้อได้แต่ในห้างใหญ่ๆ แถมค่านิยมความ sexy ยังไม่ค่อยเป็นที่ต้องการสักเท่าไหร่นัก

แต่ทำไงได้ เมื่อชายที่หลงไหลในความอีโรติกอย่าง Roy ไม่อาจอดทนเขิลอายที่จะต้องถูกพนักงานมองด้วยสายตาเหยียดๆไม่ต้อนรับ แกเลยปิ๊งไอเดียทำธุรกิจร้านชั้นในที่ดูหรูหรา มีรสนิยม ไม่หื่นกาม เขาจึงกู้แบงค์มา 4 หมื่น ยื้มบ้านแม่อีก 4 หมื่น มาเปิดร้านขายชุดชั้นในไฮโซชื่อ Victoria’s Secret ในปี 1977 ให้พวกคุณผู้ชายมาเลือกซื้อแล้วรู้สึกว่าตัวเองดูดี

โดยปีแรกทำเงินได้มากถึง 5 แสนดอลลาร์ ทำให้มีเงินทุนทำแค็ตตาล็อกเปิดเพิ่มอีก 3 สาขา ผ่านไป 5 ปี เริ่มถึงจุดอิ่มตัว roy จึงตัดสินใจขายกิจการให้ในเครือธุรกิจขายปลีกสินค้าแฟชั้นของ เลสลี่ เว็กซ์เนอร์ (leslie wexner) ในราคา 4 ล้านเหรียญ ซึ่งในอีก 2 ปีต่อมา มูลค่าของกิจการในการบริหารของ wexner เพิ่มขึ้นสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากชายฉกรรจ์คนหนึ่งแค่หื่นอยากจะซื้อชุดชั้นในวาบหวิวให้เมีย เขาทำในสิ่งที่แก้ปัญหาให้ตัวเขา และเปิดตลาดขนาดมโหฬารให้กับคนที่ต้องการสิ่งเดียวกับเขาแค่นั้นเอง

ทำธุรกิจอะไรดี เรื่องเล่าความเป็นมาของ victoria secret

ทำธุรกิจอะไรดี?… ถามก่อนว่าตัวคุณมีปัญหาอะไร

สมัยนี้หลักการสู่ความสำเร็จมักจะถูกพูดกันอย่างหนาหูเป็นเสียงเดียวกันว่า “ยิ่งให้ยิ่งได้ หรือสร้างโอกาสโดยการแก้ปัญหาให้คนอื่น” เราจึงต่างพากันตีความผิดๆกันเอาเองว่า จะให้อะไร ? คนอื่นมีปัญหาอะไร ? เป็นกระบวนการแบบ outside in ซึ่งมันยังไม่ถูก

ตลาดต้องการอะไรช่างหัวมันสิ เอาแค่ว่าตัวคุณมิงอะ ต้องการอะไร

เพราะวิธีที่ง่ายที่สุดในการสร้างธุรกิจให้มีสินค้าและบริการที่ยอดเยี่ยมนั่นก็คือ “สร้างในสิ่งที่ตัวคุณเองต้องการ” มันต้อง inside out เมื่อได้ทำในสิ่งที่คุณอยาก คุณจะมีแรงปราถนาที่อยากทุ่มเทให้กับมันมากพอ กลับกันถ้าคุณมัวแต่มองหาว่าตลาดต้องการอะไร เทรนธุรกิจต่อไปคนจะนิยมอะไร ผมบอกได้เลยมันก็เหมือนกับการสุ่มไพ่ในสำรับ หยิบผิดหยิบถูกไม่รู้เรื่อง

คุณถึงต้องแก้ปัญหาให้ตัวเองก่อน การเริ่มต้นธุรกิจทุกอย่างก็จะดูเข้าใจได้ง่ายขึ้นทันที คุณจะมองเห็นหนทาง คุณจะรู้ชัดแน่นอนเลยว่าอะไรคือคำตอบที่ถูกต้อง อีกอย่างการแก้ปัญหาของตัวเองจะทำให้คุณมีความสุขกับสิ่งที่ทำ คุณรู้ดีว่าปัญหาของคุณคืออะไร และเข้าใจว่าการหาทางออกให้กับมันมีค่ามากเพียงใด ไม่มีอะไรจะวิเศษไปกว่านี้อีกแล้วครับ

ในเรื่องของธุรกิจผมมีมุมมองว่ามันไม่ใช่ logic เพียงเพื่อถูกสร้างขึ้นมาให้ทำเงินหรือแก้ปัญหาให้กับชาวบ้านเท่านั้น ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่มันจะต้องมีความ Art อยู่ในตัว Art คืออารมณ์ที่คุณจะต้องผูกพันกับมันไปตลอดชีวิต

โปรดอย่าลืมว่าคุณยังต้องทำธุรกิจให้อยู่ต่อไปอีกหลายปี มันก็ควรจะเป็นสิ่งที่คุณรักชอบกับมันจริงๆ ถูกต้องไหม ไม่ว่าอนาคตคุณอาจจะขายต่อ หรือนำมันเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ก็ตาม

การค้นพบคือการลงมือทำเท่านั้น

The Michelin Guide เป็นคู่มือแนะนำร้านอาหารที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เหล่าไฮโซและคนดังจากทั่วสารทิศต่างให้การยอมรับถึงอิทธิที่บ่งบอกถึงคุณภาพของอาหาร และองค์ประกอบโดยรวมที่ยอดเยี่ยมอย่างไร้ที่ติ

คุณภาพของดาว Michelin ตัวอย่างการทำธุรกิจ

  • ร้านอาหารที่ได้ดาว 1 ดวง : คือร้านอาหารที่สามารถกำหนดราคาได้ตามใจชอบ
  • ร้านอาหารที่ได้ดาว 2 ดวง : จัดถือว่าดีเลิศ จะมีลูกค้าล้นทะลักจองคิวกันเป็นวันเลยทีเดียว
  • ร้านอาหารที่ได้ดาว 3 ดวง : มันคือร้านอาหารที่ยอดเยี่อมไร้ที่ติ นอกจากคุณภาพอาหารแล้วยังการันตีได้ถึงประสบการณ์ที่พิเศษสุดๆ จากร้านที่มีความเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร คุณจะไม่สามารถหาประสบการณ์ใดๆที่เหมือนกับร้านเยี่ยงนี้ได้ จนถึงกับต้องจองโต๊ะล่วงหน้ากันเป็นเดือน

ร้านอาหารหนึ่งร้าน อาจต้องใช้เวลาประเมิน 3-4 ครั้งใน 1 ปี เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างนั้นเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งรสชาติ การบริการและองค์รวมทุกอย่าง เหล่าเชฟชั้นยอดจึงต่างพากันฝึกฝน แข่งขันกันอย่างสุดชีวิตเพื่อที่จะค้นฟ้าคว้าดาว Michelin มาครอบครอง

เหตุเช่นนี้ผู้คนจึงต่างพากันเชื่อมั่นในคำแนะนำของ Michelin Guide เอามากๆ เพราะเมื่อได้เป็นเชฟระดับมิชลินสตาร์แล้ว พวกเขาก็ยังคงต้องรักษามันไว้เยี่ยงชีพอีกด้วย …แล้วคุณอยากรู้ไหมว่า ยางรถยนต์กับอาหาร มันเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร ?

The Michelin Guide ตัวอย่างการทำธุรกิจจากความบังเอิญ

2 พี่น้องอังเดรและเอดูอาร์ด มิชลิน(Andre and Edouard Michelin) มีความพยายามที่จะขายยางรถยนต์ของพวกเขาให้ได้มากๆ พวกเขาเลยตั้งโจทย์ขึ้นมาว่า “ทำอย่างไรให้ผู้คนขับรถจนยางเส้นเก่าสึก” ก็เลยตีพิมพ์ Michelin Guide เล่มแรกในปี 1900 จุดประสงค์ก็เพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก และร้านอาหารจากทั่วฝรั่งเศส

แล้วเกิดดันประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ได้รับความนิยมถึงขั้นต้องมีการตีพิมพ์และปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา จนเมื่อเวลาผ่านไป 20 ปี Michelin Guide เติบโตได้เองในแบบของคู่มือแนะนำร้านอาหาร แพร่ขยายอิทธิพลไปทั่วโลก เกิดเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับยางรถยนต์ อู่ซ่อมรถ หรือการขับขี่เลยแม้แต่นิดเดียว

สิ่งที่ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกับรูปแบบเดิมๆ มันทำให้ดูน่าสนุกกว่ามาก บางทีธุรกิจที่คุณอยากทำมันอาจนำพาไปสู่อีกธุรกิจนึงที่คุณคาดไม่ถึงก็เป็นได้ แน่นอนว่าคุณชัดเจนในเป้าหมายเดิมอยู่แล้ว แต่ก็จงขอให้ยืดหยุ่นในวิธีการที่จะไปถึง แล้วทุกอย่างจะจัดการที่ทางของมันให้เอง ก็เพียงแค่คุณเริ่มที่จะทำ !

Business is Art or Logic?

อย่างที่บอกเอาไว้ว่าธุรกิจมันคือ Art เป็นศิลปะที่ไม่มี logic ไม่มีสูตรตายตัว ต่อให้คุณจบ model MBA อ่านหนังสือ เรียนวิธีทำธุรกิจเยอะแยะ แต่พอเอาเข้าจริงๆกลับทำแล้วแป๊ก ไม่เห็นเหมือนในตำราเลย ยิ่งถ้าทำแล้วคิดแต่จะต่อยอดทำตามๆคนอื่น มันก็เป็นได้แค่ธุรกิจ SME เล็กๆ ใช้เงินเริ่มต้นเยอะ ขยายยาก แถมคู่แข่งทำตามง่ายอีก มันเจ๊งตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว

พวกหลักสูตรวิธีการทำธุรกิจทั้งหลายมันก็เป็นได้แค่พู่กันและจานสี ท้ายสุดแล้วคุณจะต้องใส่สี ผสมสีเอง แล้วเริ่มต้นลงมือวาดมันขึ้นมา วาดจากสิ่งที่คุณรัก คุณชอบ ไม่ใช่ไปวาดตามคนอื่น และเรื่องราวของธุรกิจคุณมันไม่ควรที่จะแบบว่า research ตลาด ทํา business plan กู้เงินแบงค์มาลงทุน แล้วประสบความสำเร็จถล่มทลาย มันควรจะมี story โดนๆเหมือนอย่าง Victoria’s Secret และ Michelin Guide ที่ยกตัวอย่างมา

ทำธุรกิจอะไรดี เอาจริงๆแล้วใครจะไปตอบได้กันฟ่ะ เพื่อนผมคนหนึ่งเคยพูดขึ้นมาว่า “เขาเองก็เคยมี idea คล้ายกับ facebook เลยนะ ถ้าตอนนั้นเขาทำจริงๆ ป่านนี้ไอ mark คงไม่ได้เกิดหรอก” -^-

ความคิดหรือตรรกะแบบนี้มันไม่ช่วยอะไรเลยครับ การแค่คิดจะทำ facebook กับลงมือทำ facebook จริงๆ มันคนละเรื่องกันเลย idea มันก็ยังเป็นแค่ idea ของแบบนี้ใครๆเขาก็มีกันได้ สิ่งที่คุณเริ่มต้นลงมือทำจริงนี่สิสำคัญ ไม่ใช่การพูด คิด หรือวางแผน ขอแค่คุณเริ่มต้นลงมือทำอะไรสักอย่างเถอะ

คุณไม่จำเป็นต้องคิดอะไรต่อมิอะไรมากมาย จงกล้าที่จะทำ อย่าไปกลัวว่าคนอื่นจะมองไร้สาระ ในโลกธุรกิจไม่มีอะไรไร้สาระ ความจริงที่ไร้สาระน่ะหรอ “ก็คือมิงไม่ทำไง”


แด่ความสำเร็จครับ

ปล. บางครั้งเราก็ต้องพึ่งความเห็นจากคนอื่นรบกวน comment ให้ด้วยครับ