คอนเนคชั่นในความหมายของผู้นำ

คุณเกี่ยวพันกับผู้คนเพื่ออะไร… ? นิยามของ คอนเนคชั่น ในสังคมแบบไทยๆคือ “การสร้างความสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจ” หรือที่คิดกันอีกอย่างว่า “การมีเส้นสาย” พึ่งพาอาศัยกัน ปรึกษาหารือกันได้ มีผลปะโยชน์ร่วมกันแบบนี้จริงๆหรือ? หากแต่ในเชิงทางธุรกิจ 1+1 คือจำนวนที่มากกว่า 2 แล้วเราจะมีวิธีหาคอนเนคชั่น ที่ดีได้อย่างไร

คอนเนคชั่นConnection ผมคงไม่ต้องขยายความมากมายนะครับว่ามันคืออะไรหรือมีความสำคัญเพียงใด ผมเคยอ่านบทความจากต่างประเทศ เกี่ยวกับนักจิตวิทยาคนหนึ่งชื่อ Mark Granovetter เขาได้ทำการศึกษาพนักงานวิชาชีพ หรือคนทำธุรกิจด้านต่างๆในหลายๆเมืองของสหรัฐฯเพื่อค้นหาว่า “พวกเขาได้รับตำแหน่งงานหรือรู้จักธุรกิจคู่ค้ากันอย่างไร” ผลลัพธ์ที่ได้คือ มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ทดสอบ พวกเขาได้รับข้อมูลหรือการแนะนำผ่านทางคนที่พวกเขารู้จักเป็นการส่วนตัว

เห็นได้ชัดว่าการสร้างความสัมพันธ์ในธุรกิจ เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาจากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คน โดยส่วนมากที่เราเข้าใจกันคือ การพบปะกันตามงานสังคมต่างๆ จะเห็นได้จากเจ้าของกิจการ นักการเมือง นักธุรกิจ ออกงานบุญ งานการกุศล  งานเลี้ยง เพื่อผูกมิตรกับบรรดาธุรกิจคู่ค้า แลกเปลี่ยน idea ติดต่อซื้อขาย รวมถึงพูดคุยเกี่ยวกับบุคคลที่สามารถให้ความช่วยเหลือกับเราได้ในบางโอกาส ทั้งยังทำให้เรามีโอกาสได้รับข้อมูลข่าวสารจากหลายๆแหล่งที่เราอาจไม่เคยได้รู้มาก่อน ไปจนถึงการอาศัยผลประโยชน์ร่วมมือกันทางธุรกิจในอนาคต

ในเมื่อ Connection คือความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่ดี คำถามคือแล้วเราจะสร้างความสัมพันธ์ที่ว่าอย่างไร…?

คอนเนคชั่น ไม่ใช่เรื่องของการหวังผลประโยชน์

 อ้าว…ที่เกริ่นมาตั้งแต่ต้นก็ดูจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์เพื่อผลประโยชน์ทั้งนั้นเลยไม่ใช่หรอ?

ถ้าคุณหวังจะสร้างความสัมพันธ์โดยยึดหลักผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ผลประโยชน์ของคุณมันก็จะกลายเป็น “ผลประโยชน์ที่ต้องแลกมาด้วยผลประโยชน์” …50/50 ทุกคนต่างได้ผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งอาจจะฟังดูดีมากในทางทฤษฎี แต่มันมีหมายความว่า “คุณจะไม่ช่วยเหลือใครฟรีๆไงล่ะ”

การวางความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าเพื่อนกัน แต่เป็นการวางความสัมพันธ์แบบ “เจ้าหนี้กับลูกหนี้” ผมช่วยเหลือคุณแล้วนะฉะนั้นตอนนี้คุณติดหนี้ผมแล้ว (เคยไหมเวลาที่ได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นแล้วรู้สึกเหมือนกับว่า สักวันเขาจะต้องมาทวงคืน)

คนที่คิดแบบนี้จะไม่เกี่ยวพันด้วยกับคนที่มีฐานะหรือตำแหน่งต่ำกว่าในระดับเดียวกันเด็ดขาด เพราะเขาถือว่าไม่มีประโยชน์กับเขา ทั้งในปัจจุบันและอนาคต connection ประเภทนี้เป็นในความหมายของหัวหน้าหรือเจ้านาย แต่ไม่ใช่ในความหมายของผู้นำ

การสร้างคอนเนคชั่นอย่างผู้นำ

นิยามความสัมพันธ์ทางธุรกิจของผู้นำคือ “เครือข่ายของคนที่ชื่นชอบ ชอบพอในความคิดและคุณลักษณะของคุณ ” ติดตามคุณ เฝ้าดูคุณ เป็นเพื่อนคู่คิด อยากเห็นคุณประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องมีความสัมพันธ์ใดๆทางธุรกิจ ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าร่วมธุรกิจหรือเกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้าหรือบริการของคุณเลยด้วยซ้ำ

แต่คนเหล่านี้เปรียบเสมือน “สาวก” หรือ “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” ที่จะคอยช่วยเหลือสนับสนุนคุณ อาจไม่ใช่ในความหมายของลูกค้าหรือหุ้นส่วนธุรกิจโดยตรง แต่พวกเขาคือ “ผู้เชื่อมโยง” ผู้ที่จะสร้างระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ บอกต่อแบบปากต่อปากต่อให้กับเหล่าคนที่มีปฏิสัมพันธ์ต่อเขา จนเกิดเป็นแรงดึงดูด นำพาลูกค้าหรือหุ้นส่วนธุรกิจที่ดีเยี่ยมเข้ามาหาคุณ

ภาพลักษณ์ของการสร้าง connection

คนบางกลุ่มมักจะคิดว่าภาพลักษณ์ภายนอกจะนำมาซึ่งความรู้จักนิยมชมชอบได้ดี ถ้าคุณแสดงถึง “ความรวย” คนอื่นจะมองเห็นแต่ผลประโยชน์จากเรา(รวมทั้งสงสัยที่มาของความรวยด้วย) หากคุณเป็นคนที่ สวย หล่อ เก่ง ดัง ก็แค่ทำให้คนอยากคบหา อยากรู้จักไว้ก่อน

แต่ความเป็นจริงที่ผมเจอคือ คนที่เก่งเขาจะเคารพในจุดยืนและชื่นชอบในหลักการชีวิตของตัวเรา เชื่อใจในคุณลักษณะของเรามากที่สุด คนบางคนอาจไม่รวย ไม่ได้สวยหล่อเหมือนที่กล่าวมาข้างต้น แต่ใจและนิสัยของเขายิ่งใหญ่ ทำให้มีคนนิยมชมชอบเขาเยอะ

ลองนึกถึงบุคคลที่คุณชื่นชอบ จนถึงขั้นอยากที่จะแนะนำให้เพื่อนสนิทของคุณรู้จักเป็นการพิเศษดูสิ คนๆนั้นอาจไม่ได้มีผลประโยชน์กับคุณเลยด้วยซ้ำเพียงแค่ว่า คุณชอบและชื่นชมเขาเป็นการส่วนตัว อาจจะชอบจากลักษณะนิสัย คุณลักษณะ แนวความคิด ชอบจากความประทับใจ หรือจากอะไรบางอย่างที่ทั้งคู่มีปฏิสัมพันธ์อันดีร่วมกัน

“จงทำให้ทุกคนที่เจอกับคุณ กลับไปโดยรู้สึกว่าเขาเพิ่มมากขึ้น” Wallace D. Wattles 1860–1911

เคล็ดลับคือการสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งแม่บ้าน ภารโรง ยาม การเป็นผู้นำคือการทำตัวให้เหนือกว่าตนเอง ไม่ใช่ทำตัวให้เหนือกว่าผู้อื่น และไม่สำคัญว่าเราจะรู้จักคนเยอะแค่ไหน สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า จะมีคนรู้จักเราและได้รับผลประโยชน์จากเราในทางที่ดีมากแค่ไหน

แล้วทำไมฉันถึงต้องหา connection ให้คนอื่นมาชอบด้วย เป็นตัวของตัวเองไม่ดีกว่าหรอ ?

เป็นไปไม่ได้ที่เราจะทำธุรกิจโดยที่ไม่ต้องติดต่อกับใคร ยิ่งเรามีคนที่รู้จักเรามากแค่ไหน ก็ยิ่งมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ตัวเราประสบความสำเร็จมากขึ้นเท่านั้น และไม่ใช่การพยายามทำตัวให้ผู้อื่นชอบพอ ยอมรับ คุณก็มักจะเห็นอยู่ไม่ใช่หรือ ใครก็ตามที่พยายามทำตัวให้เด่นให้คนอื่นชอบมักจะมีผลลัพธ์ยังไง

การสร้างคอนเนคชั่นในแบบผู้นำ ไม่ใช่การทำเพื่อตนเอง แต่เป็นการทำเพื่อผู้อื่น นั่นคือ “การให้” ต่างหาก ความชอบที่จะช่วยเหลือผู้อื่นจากใจจริง การรับฟังเล็กๆน้อยๆ การรักษาผลประโยชน์ผู้อื่นด้วยความเต็มใจ ในเรื่องของ detail รายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่คนเรามักจะมองข้ามนี้ล่ะคือสิ่งสำคัญ

 คุณคิดว่าความสำเร็จ เป็นเรื่องของความละเอียดอ่อนหรือเปล่าล่ะ? ถ้าใช่ จงใส่ใจมัน

me-mindset blog

และไม่ใช่ในเรื่องของเงิน ไม่ใช่ว่าจะต้องซื้อของมาฝากบ่อยๆ เราใช้เพียงแค่ปัจจัยภายในเท่านั้น อย่างการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันความรู้ ความถ่อมตน เช่นการยกมือไหว้แม่บ้าน การชงกาแฟให้เพื่อนร่วมงาน ยิ้มให้ผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นมีอารมณ์ขันได้ การพูดถึงทัศนคติที่ดีต่อตนเองและคนใกล้ชิด สิ่งเหล่านี้ล้วนสำคัญกว่าปัจจัยภายนอกมากมาย

การหา connection ไม่จำเป็นที่จะต้องพบเจอตามงานสังคม

หลายคนคิดว่าการทำตัวให้น่าสนใจ เข้าสังคมเก่ง อาจนำมาซึ่งความนิยมชมชอบ แต่ความจริงก็แค่รู้จักคนมากหน้าไปหมดเฉยๆ ลืมเรื่องงานสังคมไปได้เลย คุณไม่ต้องกังวลเลยว่าพวกคนในงานจะคิดอย่างไรกับคุณ เพราะอีกฝ่ายก็มัวแต่ห่วงว่าคุณจะคิดอย่างไรกับพวกเขาเช่นกัน

งานสังคมคือการแสดงออกของคนที่อยากกล่อมให้คนอื่นเชื่อว่าตนเองนั้นสำคัญ มีไว้สำหรับคนที่หาผลประโยชน์เท่านั้น ฉะนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นงานที่เป็นทางการหรืองานสังคมเสมอไป ลองพยายามฉีกกรอบเดิมๆ ลองทำความรู้จักกับผู้คนในวงการอื่นๆให้มากขึ้น ทำความเข้าใจว่าพวกเขาทำอะไรบ้าง คิดอย่างไร และทำไมถึงทำเช่นนั้น

จำไว้ว่าโอกาสในการทำความรู้จักนั้นมีอยู่ทุกเมื่อ ความพยายามที่จะเข้าหาผู้คนหลายๆประเภท จะนำพาเราไปรู้จักกับผู้คนอื่นๆที่มีความสนใจในด้านต่างๆมากขึ้น การออกไปพบปะผู้คนในวงการอื่นๆที่หลากหลาย ก็สามารถที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้กับเราได้เหมือนกัน ประโยชน์ของการสร้าง connection ในแบบผู้นำ

มันเป็นคำถามสำคัญทางธุรกิจที่ว่า “คุณจะหาคนเก่งมาทำงานได้อย่างไร” คุณไม่สามารถทำธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ด้วยตัวคนเดียวได้ คุณจะหาคนเก่งมาทำงาน ร่วมติดตาม หรืออยู่ใต้องค์กร คุณได้อย่างไร ?

การหาคนเก่งทำงานไม่ใช่ต้องจ้างรายได้ที่สูงกว่า แต่เกิดจากภาวะผู้นำในตัวคุณ จากผลการสำรวจพนักงานในอเมริกา พบว่า 80% ของพนักงานให้ความคิดเห็นว่าพวกเขาไม่ได้ใช้ความชำนาญและความสามารถสูงสุดที่เขามีในที่ทำงาน คุณคิดว่าทีมหรือองค์กรของคุณเป็นแบบนี้หรือไม่ ?

ลองนึกถึงตัวคุณเอง เวลาคุณโดนเจ้านายสั่งให้ทำโน้นทำนี้ คุณอยากจะทำให้เค้ามั้ยล่ะ ไม่อยาก… ความรู้สึกเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่ไม่ชอบให้ใครมาสั่ง แต่มนุษย์ชอบที่จะช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ ตรงนี่ละที่สำคัญ อะไรคือเหตุผลที่จะทำให้ผู้อื่นช่วยเหลือคุณด้วยความเต็มใจ …นั่นก็เพราะว่าเขาชอบคุณไงล่ะ

สมัยนี้ไม่ใช่ยุคธุรกิจที่ต่างคนต่างทำ การสร้างคอนเนคชั่น เปรียบเสมือนเครือข่ายความมั่นคง สามารถที่จะนำพาโอกาสและพัฒนาไปได้ไกล และมันเป็นเพียงแค่พื้นฐานของการสร้างความสัมพันธ์ที่สามารถทำได้ง่ายๆในชีวิตประจำวัน

หัวใจสำคัญก็คือ อย่าสร้างสายสัมพันธ์เพียงเพื่อหวังผลประโยชน์เท่านั้น ขอให้คุณสร้างเครือข่ายสายสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิทให้ได้มากๆ แล้วคุณจะได้ในบางสิ่งที่เป็นมีค่ามากกว่าผลประโยชน์อย่างแน่นอน


 

2 Comments

  • Nuchnicha
    03/09/2016 09:20

    อ่านแล้วเข้าใจคำว่า connection ขึ้นมาก ขออนุญาติแชร์เป็นวิทยาทานให้กับบุคคลอื่นนะค่ะ

  • 31/03/2017 06:13

    ขออนุญาตเเชร์ไปที่กลุ่มนี้นะครับ – พยาบาล เปิดคลินิกความงาม หรือ ร้านความงาม ?
    อย่างไหนน่าทำกว่ากัน https://www.facebook.com/groups/nurse.derminet/