คอนเนคชั่นในความหมายของผู้นำ

ตอนที่ผมเริ่มทำเว็บไซต์ใหม่ๆ ผมพยายามแสวงหาคอนเนคชั่น เพื่อต่อยอดธุรกิจออนไลน์ จึงลองไปตามงานสำคัญต่างๆที่เขาบอกว่าดี พบเจอผู้คนใหม่ๆ จากนั้นเราแลกช่องทางติดต่อกัน คุยกันถึงธุรกิจที่ทำ ถ้าถูกคอหรือคิดว่าพึ่งพากันได้ก็จะนัดเจอสังสรรค์กันต่อ เป็นอย่างนี้อยู่นานนับปี ถึงพึ่งมารู้ตัวที่หลังว่า “เสียเวลา เสียเงิน ทั้งเราทั้งเขาเป็นอย่างมาก”

พอตระหนักได้ก็เริ่มคิด “ถ้าคนเรามาเจอกันเพื่อหวังผลประโยชน์กันแบบนี้ เราจะเรียกกันว่าเพื่อนได้อย่างไร” ไม่มีอะไรผูกพัน ไม่มี story หรือความประทับใจใดๆเลย ผมถึงต้องมานั่งคิดใคร่ครวญจนเกิดเป็นบทความนี้ เพราะในเชิงธุรกิจแล้ว 1+1 มันคือจำนวนที่มากกว่า 2 แล้วเราจะมีวิธีหา “มิตรแท้ทางธุรกิจ” อย่างไร

คอนเนคชั่น ในความหมายของผู้นำ

อันดับแรก เลิกคิดหวังผลประโยชน์จากคอนเนคชั่นไปได้เลย

ถ้าคุณหวังจะสร้างความสัมพันธ์โดยยึดหลักผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง ผลประโยชน์ของคุณมันก็จะกลายเป็น “ผลประโยชน์ที่ต้องแลกมาด้วยผลประโยชน์” ภาษาบ้านๆเค้าเรียก 50/50 ทุกคนต่างได้ผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งอาจจะฟังดูดีในทางทฤษฎี แต่ถ้าลองมองดูลึกๆแล้ว มันจะหมายความว่า “คุณจะไม่ช่วยเหลือใครฟรีๆเด็ดขาด

การวางความสัมพันธ์แบบนี้ไม่ได้เรียกว่าเพื่อนกัน แต่เป็นการวางความสัมพันธ์แบบ “เจ้าหนี้กับลูกหนี้” ผมช่วยเหลือคุณแล้วนะฉะนั้นตอนนี้คุณติดหนี้ผม (เคยไหมเวลาที่ได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นแล้วรู้สึกราวกับว่า สักวันเขาจะต้องมาทวงคืนแน่)

คนที่คิดแบบนี้จะไม่เกี่ยวพันด้วยกับคนที่มีฐานะหรือตำแหน่งต่ำกว่าในระดับเดียวกันเด็ดขาด เพราะเขาถือว่าไม่มีประโยชน์กับเขา ทั้งในปัจจุบันและอนาคต ความไว้เนื้อเชื่อใจในความสัมพันธ์ลักษณะนี้จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย

นิยามการสร้างคอนเนคชั่นในแบบฉบับของผู้นำ

Connection ในที่นี้คือ “เครือข่ายของคนที่ชื่นชอบ ชอบพอในความคิดและคุณลักษณะของคุณ ” ติดตามคุณ เฝ้าดูคุณ เป็นเพื่อนคู่คิด อยากเห็นคุณประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่จำเป็นที่จะต้องมีความสัมพันธ์ใดๆทางธุรกิจ ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าร่วมธุรกิจหรือเกี่ยวข้องกับการซื้อสินค้าหรือบริการของคุณเลยด้วยซ้ำ

แต่คนเหล่านี้เปรียบเสมือน “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” หรือ “โชค” ที่จะคอยช่วยเหลือสนับสนุนคุณ อาจไม่ใช่ในความหมายของลูกค้าหรือหุ้นส่วนธุรกิจโดยตรง แต่พวกเขาคือ “ผู้เชื่อมโยง” ผู้ที่จะสร้างระบบเครือข่ายขนาดใหญ่ บอกต่อแบบปากต่อปากให้กับเหล่าคนที่มีปฏิสัมพันธ์ต่อเขา จนเกิดเป็นแรงดึงดูดที่จะนำพาลูกค้าหรือหุ้นส่วนธุรกิจที่ดีเยี่ยมเข้ามาหาคุณ

ภาพลักษณ์ของการสร้าง connection ไม่สำคัญเลยสักนิด

คนบางกลุ่มมักจะคิดว่าภาพลักษณ์ภายนอกจะนำมาซึ่งความรู้จักนิยมชมชอบได้ดี ถ้าคุณแสดงถึง “ความรวย” คนอื่นอาจจะมองเห็นแต่ผลประโยชน์จากเรา(รวมทั้งสงสัยที่มาของความรวยด้วย) หากคุณเป็นคนที่ สวย หล่อ เก่ง ดัง ก็แค่ทำให้ผู้คนอยากคบหา อยากรู้จักไว้ก่อน หาจริงใจด้วยยากเสียเปล่า

เราใช้เพียงแค่ “ใจ” เท่านั้นครับ แบบนักเลงๆเลย ไม่ต้องมาพบเจอเข้าร้านโชว์หรู ถ่ายรูปลงโซเชียล เราทั้งคู่ควรแสดงในแบบที่เป็นกันเอง คบหาพบเจอกันในฐานะมนุษย์ปุถุชนธรรมดา

ถ้าคุณมีโอกาสได้พบเจอคนเก่ง+รวยกว่า ก็ขอให้รู้ไว้เถอะว่า “คนเหล่านี้เขาจะเคารพในจุดยืนและชื่นชอบในหลักการใช้ชีวิตของตัวเรา” เชื่อใจในคุณลักษณะของเรามากที่สุด ถึงแม้เราอาจไม่รวย ไม่ได้สวยหล่อเหมือนที่กล่าวมาข้างต้นก็ตาม

และถ้าคุณพบเจอคนในฐานะระดับเดียวกันหรือต่ำกว่า ก็ไม่ต้องคิดอะไรมากครับ แค่สร้างสายสัมพันธ์อันดีในแบบที่เราทำได้ง่ายๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งแม่บ้าน ภารโรง ยาม โดยสรุปแล้วไม่สำคัญหรอกว่าเราจะรู้จักคนเยอะแค่ไหน สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า จะมีคนรู้จักเราและได้รับประสบการณ์อันมีค่าจากเรามากแค่ไหนต่างหาก

การหา connection ไม่จำเป็นที่จะต้องพบเจอตามงานสังคมอย่างในละคร

หลายคนคิดว่าการทำตัวให้น่าสนใจ เข้าสังคมเก่ง อาจนำมาซึ่งความนิยมชมชอบ ซึ่งจริงๆแล้วก็แค่รู้จักคนมากหน้าหลายตาไปงั้น ลืมเรื่องงานสังคมไปได้เลย คุณไม่ต้องกังวลเลยว่าพวกคนในงานจะคิดอย่างไรกับคุณ เพราะอีกฝ่ายก็มัวแต่ห่วงว่าคุณจะคิดอย่างไรกับพวกเขาเช่นกัน

งานสังคมคือการแสดงออกของคนที่อยากกล่อมให้คนอื่นเชื่อว่าตนเองนั้นสำคัญ มีไว้สำหรับคนที่มองหาผลประโยชน์เท่านั้น คุณต้องลองพยายามมองหาสังคมในแบบของคุณเองให้มากขึ้น

อย่างสมัยนี้สังเกตุไหม เรามีสังคมต่างๆมากมาย เช่น สังคมนักลงทุน สังคมนักเกร็งกำไร สังคมของคนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน (passion เหมือนกัน) พวกนี้แหละคือ connection ชั้นดี คุณจะมีโอกาสหาเพื่อนคู่ฝันของคุณได้ในที่แบบนี้ ไม่ใช่ตามงานเลี้ยงคนใหญ่คนโต

โอกาสมักจะมาพร้อมกับผู้คนเสมอ

เคยมีคนพูดเอาไว้ว่า “โชคดีไม่ได้หล่นลงมาจากฟ้า แต่มาพร้อมกับผู้คนที่เราพบเจอ” การพบปะผู้คนจึงถือเป็นการสร้างโอกาส

พบคนดี พบคนเก่ง เราก็จะเจอโอกาสดีๆ ได้ข้อคิดดีๆ ได้แรงบรรดาลใจ แต่ไม่ใช่ว่าเราจะฉวยโอกาสจากคนอื่นนะ เราต้องสร้างโอกาสซึ่งกันและกันด้วย คุณต้องรู้จักให้โอกาสแก่คนอื่นก่อนด้วยการ …

“จงทำให้ทุกคนที่เจอกับคุณ กลับไปโดยรู้สึกว่าเขาเพิ่มมากขึ้น” – Wallace D. Wattles

การสร้างคอนเนคชั่นในแบบผู้นำจึงไม่ใช่การทำเพื่อตนเอง แต่เป็นการทำเพื่อผู้อื่น ความชอบที่จะช่วยเหลือผู้อื่นจากใจจริง การรับฟังเล็กๆน้อยๆ ช่วยรักษาผลประโยชน์ด้วยความเต็มใจ เราให้ด้วยคุณค่าทางจิตใจ

ไม่ใช่ในเรื่องของเงิน ไม่ใช่ว่าจะต้องซื้อของมาฝากบ่อยๆ เราใช้เพียงแค่ปัจจัยภายในเท่านั้น อย่างการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันความรู้ ความถ่อมตน เช่นการยกมือไหว้แม่บ้าน การชงกาแฟให้เพื่อนร่วมงาน ยิ้มให้ผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นมีอารมณ์ขัน การพูดถึงทัศนคติที่ดีต่อตนเองและคนใกล้ชิด สิ่งเหล่านี้ล้วนสำคัญกว่าปัจจัยภายนอกมากมาย

สุดท้ายแล้วขอให้คุณลองนึกถึงบุคคลที่คุณชื่นชอบ จนถึงขั้นอยากที่จะแนะนำให้เพื่อนสนิทของคุณรู้จักเป็นการพิเศษดูสิ คนๆนั้นอาจไม่ได้มีผลประโยชน์กับคุณเลยด้วยซ้ำ เพียงแค่ว่า คุณชอบและชื่นชมเขาเป็นการส่วนตัว อาจจะชอบจากลักษณะนิสัย คุณลักษณะ แนวความคิด ชอบจากความประทับใจ หรือจากอะไรบางอย่างที่เราทั้งคู่เคยมีปฏิสัมพันธ์อันดีร่วมกัน

การพบเจอ connection ที่ใช่! แบบตรงๆคือโอกาสที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผมเลยสักครั้ง อันนี้เรื่องจริง ผมพบเจอจากการทำความรู้จักของคนก่อนหน้าแล้วเขาแนะนำให้ทีหลังเสมอ แม้อาจจะต้องใช้เวลานานสักหน่อย แต่ผลสุดท้ายมันจะคุ้มค่ามากๆครับ


 

2 Comments

  • Nuchnicha
    03/09/2016 09:20

    อ่านแล้วเข้าใจคำว่า connection ขึ้นมาก ขออนุญาติแชร์เป็นวิทยาทานให้กับบุคคลอื่นนะค่ะ

  • 31/03/2017 06:13

    ขออนุญาตเเชร์ไปที่กลุ่มนี้นะครับ – พยาบาล เปิดคลินิกความงาม หรือ ร้านความงาม ?
    อย่างไหนน่าทำกว่ากัน https://www.facebook.com/groups/nurse.derminet/