ความสุขที่แท้จริงคืออะไร What is happiness ?

การพอใจในสิ่งที่มีคือการสอนให้เห็นค่าในสิ่งมี่ตนมี เพื่อจะได้ไม่ต้องไปเปรียบเทียบน้อยเนื้อต่ําใจกับคนอื่น แต่เชื่อเถอะว่ามนุษย์เราถูกออกแบบมาให้มีนิสัยชอบแสวงหาความแปลกใหม่ ความท้าทาย ชอบพัฒนาความสามารถ รวมถึงการสำรวจและเรียนรู้เข้าใจสิ่งต่างๆ

ในทฤษฎีการกำหนดตัวเอง (self determination theory) กล่าวถึงความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ได้แก่ การบรรลุศักยภาพของตัวเอง, ความเป็นอิสระ, และการเป็นส่วนหนึ่ง

  • ความเป็นอิสระ (Need for Autonomy) : อิสระในการตัดสินใจด้วยตนเอง การได้กำหนดเส้นทางชีวิตเพื่อทำงานหรือธุรกิจที่เรารัก
  • ความต้องการบรรลุศักยภาพ (Need for Competence) : ความต้องการเป็นคนที่มีทักษะ พัฒนาความสามารถในสิ่งที่เราอยากจะเป็น
  • การได้เป็นส่วนหนึ่ง (Need for Relatedness) : การใช้ชีวิตโดยไม่เคยรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมกับสิ่งใดเลยย่อมไร้ความหมาย การได้เป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่งบางอย่างย่อมมีความสุข เราจะรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า

เมื่อความต้องการทั้ง 3 อย่างนี้ ได้รับการตอบสนอง เราจะเกิดแรงจูงใจจากภายใน มีแรงบรรดาลใจ ทำงานได้ดีขึ้น มีความสุขขึ้น แต่ถ้า 3 สิ่งนี้ ไม่ได้รับการตอบสนอง เราก็จะขาดแรงจูงใจ ทำสิ่งต่างๆได้แย่ลง และไม่มีความสุข

ทฤษฎีนี้เป็นหนึ่งในทฤษฎีหลักของวิชา positive psychology โดยมีการวิจัยและพิสูจน์สมมติฐานมาว่า มนุษย์เราถูกขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจภายในและต้องการทำในสิ่งที่มีความหมาย ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจภายนอก การตอบสนองตามอารมณ์ และนึกถึงการทำเงินให้ได้มากๆเพียงอย่างเดียว

ความสุขที่แท้จริง โดย me-mindset blog

ความสุขที่แท้จริงนั้นล้วนมาจาก “แรงจูงใจภายใน”

ผู้คนยอมทำงานเพื่อให้ได้รับสิ่งที่เรียกว่าของรางวัลในการดำรงชีวิต ซึ่งหมายถึงเงินเดือน ตำแหน่ง(ชื่อเสียง)และ สวัสดิการต่างๆ ถามว่าเงินซื้อความสุขได้ไหม ? … ได้สิ เพราะผมได้รู้จักความสุขทุกอย่างที่เงินซื้อได้แล้ว ความสุขคือการทำตามที่หัวใจเรียกร้อง เต้นรำ sex ดูหนัง กินเที่ยว ดื่ม สิ่งเหล่านี้คือความสุขจากแรงจูงใจภายนอก

อยากมีความสุขก็อย่าให้คนของเราทุก (ถ้าเมียทุกข์ ลูกทุกข์) ก็ไม่มีความสุข หรือถ้าความสุขของเรามันไปก่อความทุกข์ให้คนอื่น มันก็จะรบกวนจิตใจเรา คนบางคนเสียทั้งครอบครัว คนรัก เจอเรื่องร้ายๆ มาอย่างหนัก แต่ก็ยังมีความสุขได้ (เพราะผ่านมาหนัก ยอมรับเข้าใจชีวิต) พวกนี้จะเป็นความสุขจากแรงจูงใจภายในทั้งสิ้น

ความรักก็เป็นความสุขจากภายใน มันคือการรู้สึกว่าตัวเราเป็นสิ่งสำคัญต่ออีกคนหนึ่ง แต่คนส่วนใหญ่สมัยนี้จะหยุดอยู่แค่การรู้จัก เพราะความรักมันน่ากลัวเกิน ไม่อยากเจ็บ จึงเน้นหาความรักแบบอ้อมๆโดยอาศัยความสัมพันธ์จากมิตรสหาย การอธิษฐาน ถ้าไม่ได้ผลก็หาหมามาเลี้ยง พวกนี้เราเรียกความจำเป็นทางด้านบุคคล

ด้วยแรงจูงใจภายในนี่เองมันจะช่วยเติมเต็มทางด้านจิตใจให้กับเรา เติมเต็มชีวิต คุณไม่สามารถเติมเต็มได้จากการกิน เที่ยวหรืออะไรก็ตาม คุณจะได้ก็ต่อเมื่อเติบโต จะเป็นอย่างไรหากความสัมพันธ์ไม่เติบโต ถ้าธุรกิจไม่เติบโต ถ้าตัวคุณไม่เติบโต

มันไม่สำคัญว่าคุณมีเงินเท่าไหร่ มีเพื่อนกี่คน มีคนรักคุณกี่คน สาเหตุที่ต้องเติบโตก็คือ คุณมีสิ่งที่จะให้ผู้อื่น มีการช่วยเหลือ เหมือนพี่ตูนที่ต้องออกมาวิ่งก้าวคนละก้าว เพราะเขารู้ดีว่าความลับของความสุขคือการให้ ชีวิตไม่ได้มีแต่เรื่องของตน แต่เป็นเรื่องของเราทุกคน เมื่อไรก็ตามที่คนคิดถึงตัวเองน้อยลงแล้วหันมานึกสร้างประโยชน์ให้ผู้อื่น ความสุขของเค้าก็จะเพิ่มขึ้นเอง

“ความสบาย” หาใช่ความสุขที่แท้จริงไม่

เราส่วนใหญ่เข้าใจถึงมุมมองความสำเร็จต้องแรกมาด้วยความเหนื่อยยาก อุตสาหะ ความเสี่ยง ซึ่งมันก็ถูก แต่คนประสบความสำเร็จที่ผ่านจุดนั้นมาแล้วเขารู้ดีว่าสิ่งเหล่านั้นมันคือความอร่อย ความท้าทายและรสชาติของชีวิต

ความสุขที่แท้จริง ชิกเซนต์มิฮายมิฮาย ชิกเซนต์มิฮายยี (Mihaly Csikszentmihalyi) ศาสตราจารย์ด้านการพัฒนานำพามนุษย์ไปสู่ความสุข บอกเอาไว้ว่า “ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตไม่ใช่ตอนที่เรารู้สึกผ่อนคลาย สบายอยู่เฉยๆ โดยไม่ต้องทำอะไร (ถึงแม้ช่วงเวลาแบบนั้นจะได้มาจากการทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้ได้มันมาก็ตาม)

แต่ช่วงเวลาที่ดีที่สุดมักเกิดขึ้นเมื่อเราทุ่มเทร่างกายหรือจิตใจ จนถึงขีดสุดของศักยภาพที่มีอยู่ เพื่อทำสิ่งที่ยาก และมีความหมายให้สำเร็จด้วยความสมัครใจ

ลองดูประวัตินักกีฬาที่ยิ่งใหญ่แต่ละคนดูสิครับ พวกเขาไม่ได้มีแมวมองมาส่อง หรือมีคนรับไปคัดตัว ไม่มีแม้กระทั้งคนที่คอยช่วยหอบสัมภาระไปพักที่โรงแรมรวมถึงเลี้ยงอาหาร ความเป็นจริงพวกเขาต้องเดินทางหรือโบกรถไปเอง อาศัยนอนบ้านคนอื่น อาหารการกินก็ต้องใช้เงินของตัวเอง เผลอๆขอข้าวเขากินด้วยซ้ำ ทั้งหมดที่พวกเขายอมทำ ก็แค่เพียงเพื่ออยากที่จะได้ลงแข่งขันเท่านั้นเอง

ชีวิตเกิดมาทั้งทีอย่ามัวเอาแต่สบายติดอยู่แต่ใน comfort zone คนประสบความสำเร็จเขาผ่านความยากลำบากมาก่อนแทบทั้งสิ้น คุณคิดมั้งไหมว่าอะไรคือแรงผลักดันให้คนๆหนึ่ง ยอมอดทนต่อความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้าเพื่อมาเสี่ยงสร้างธุรกิจ เล่นหุ้นให้เจ๊ง หรือกระทำบางสิ่งบางอย่างที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ จนสามารถทำให้มันเกิดขึ้นจริง

Flow หาความสุขง่ายๆทุกวัน จากภาวะการไหลลื่นของจิต

Stage of flow หรือ Flow คือช่วงเวลาที่มนุษย์ได้ทุ่มเททำงานฝึกฝน และเกิดการพัฒนาทักษะความสามารถ จนมีความสุขกับการทำงาน และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมัน

เราเลือกเป้าหมาย ไต่ไปให้ถึง แล้วรู้สึกดี

ยกตัวอย่างจิตรกรที่ดำดิ่งไปกับการวาดภาพ นักดนตรีที่ฝึกซ้อมราวกับตกอยู่ในภวังค์ นักธุรกิจที่หมกหมุ่นอยู่กับวิธีทำการตลาดจนรู้สึกว่าวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ลืมกระทั่งความเหนื่อยยากอ่อนล้า ทำทุกอย่างไปแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวต่อเนื่องอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย จนไม่เป็นอันกินอันนอน

สภาวะที่กระแสจิตไหลลื่นเช่นนี้ จึงเป็นภาวะที่มนุษย์ได้ใช้ศักยภาพสูงสุดของตนเอง ในการเผชิญหน้ากับความท้าทาย เช่นการแก้ปัญหาการงาน การสร้างสรรค์งานศิลปะ การเล่นกีฬา ศักยภาพเราจะผลักดันให้ตัวเราเองทุ่มเทร่างกายและจิตใจเพื่อพิชิตความท้าทายที่มีอยู่ตรงหน้า

การที่เราได้ทุ่มเทกับอะไรบางอย่างเช่นนี้ คนเราจะสัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า “ประสบการณ์ที่เป็นรางวัลของตัวมันเอง (autotelic experiences)” เป็นภาวะแห่งความปีติสุขและความเบิกบานภายใน ที่เกิดจากการได้พัฒนาศักยภาพของเราให้เติบโตและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

Flow จึงถือเป็นการสร้างประสบการณ์การทำงานให้มนุษย์ได้ใช้ศักยภาพของตนได้อย่างเต็มที่ เป็นเป้าหมายสำคัญของการสร้างความสุขของมนุษย์อย่างหนึ่ง

“มนุษย์เป็นสิ่งที่ชีวิตที่ต้องก้าว” ถึงจะมีความสุข

ในโครงการ Good life project ของ โจนาธาน ฟีลด์ (่Jonathan Field)  เขาตระเวนไปทั่วประเทศอเมริกา เพื่อถามคนที่เป็นเบอร์หนึ่ง ของแต่ละวงการสาขาอาชีพว่า “ชีวิตที่ดีคืออะไร” จนได้พบกับผู้ตอบคำถามรายหนึ่ง ซึ่งได้ให้คำตอบที่น่าสนใจไว้มากๆ ว่า

“ชีวิตที่ดี ไม่ได้เกี่ยวกับการที่ต้องใช้ชีวิต Slow life เข้าฟิตเนส กินกาแฟและอาหารสวยหรู วันหยุดเที่ยวต่างประเทศ ซื้อของแบรนด์เนม เป็นกิจวัตรสักหน่อย

เพราะถ้าคุณได้ทุ่มเททั้งกายทั้งใจทำตามเป้าหมายของคุณ ทำในสิ่งที่คุณรัก ต่อให้มันต้องเหน็ดเหนื่อย ยากเข็ญแค่ไหน สุดท้ายแล้วผมก็เชื่อว่าในแต่ละวันคุณจะได้เข้านอนได้ด้วยความอิ่มเอิมใจ”

หากคุณเป็นคนที่ปรารถนาความสุข คุณก็จำเป็นต้องมีเป้าหมายที่ต้องอาศัยความพยายามในการบรรลุ และต้องทำให้ได้ตามนั้นอย่างน้อยก็บางส่วน และถ้าคุณต้องการได้พบกับความสุขสุดขีดที่แท้จริง คุณก็จะต้องมีเป้าหมายที่สุดโต่ง โดยใช้ความพยายามที่ใหญ่หลวงในการ achieve เป้าหมายให้ได้ในแต่ละวัน

Sebastian Coe นักวิ่งลมกรดเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกสองสมัย เขากล่าวในตอนที่ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า “ตลอดชีวิตนักกีฬาของผม เป้าหมายหนึ่งเดียวที่ผมมีคือการพัฒนาตนเองให้เป็นนักวิ่งที่เก่งขึ้นกว่าเดิมที่เป็นอยู่  ส่วนเหรียญรางวัล เป็นเพียงแค่ของกำนัลเมื่อผมทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้เท่านั้น”

 คนเก่งทุกคนย่อมรู้ดีว่า ความเก่งกาจของพวกเขามีราคาแพงแค่ไหน

และมันจะมอบความรู้สึกตื่นเต้นให้มากเพียงใดเมื่อเขาทำสำเร็จ

แม้แต่นักกอล์ฟ ที่ว่ากันว่ายอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลอย่าง ไทเกอร์ วูดล์ ก็พูดอยู่เสมอว่าเขาเก่งขึ้นได้อีก เขาบอกแบบนั้นตั้งแต่ตอนเป็นมือสมัครเล่น และพูดซ้ำๆ แม้จะเพิ่งจบฤดูกาลที่เขาชนะเป็นมือหนึ่งของโลก

ผมชื่อชอบมากเวลาที่ได้เห็นความกระตือรือร้นของคนๆหนึ่งในการพยายามทำบางสิ่งบางอย่างให้บรรลุ ความพยายามเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย คงเป็นการเสียชาติเกิด หากเราไม่คิดจะให้ความสำคัญกับอะไรสักอย่างแล้วยอมทุ่มเทเพื่อให้ได้มันมา

คุณต้องลองแสวงหา ทุ่มเทให้กับอะไรบางอย่างที่คุณเชื่อดูสักครั้ง แล้วคุณจะค้นพบกับความสุขที่แท้จริงของชีวิตจริงๆนะ


 

2 Comments