ทฤษฎี (theory) : คือข้อสันนิษฐานของความจริงบางอย่างที่ยังไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์มาสนับสนุนรองรับความจริงที่แท้ จึงต้องรอคอยทฤษฎีอื่นๆมาหักล้าง

กฎ (law) : คือทฤษฎีที่อธิบายความจริงที่แน่แท้ได้ เช่น กฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน (Law of Gravity) หรือเราเรียกอีกอย่างว่า Law of nature กฎของธรรมชาติที่ดำรงอยู่กับเรามานับพันปี เป็นสิ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

กฎแห่งแรงดึงดูด Law of Attraction

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นชินอยู่แล้วกับหนังสือ The Secret ของ Rhonda Byrne เมื่อ 10 ปีก่อน ได้สร้างปรากฏการณ์ให้กับศาสตร์ทางจิตวิทยาเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังมีผู้คนจำนวนมากมายซะเหลือเกินไม่สามารถนำกฏแห่งแรงดึงดูดไปใช้กับชีวิตประจำวันของพวกเขาได้ จนเปิดโอกาสให้นักการตลาดออกจำหน่ายหนังสือตามมาอีกหลายเล่ม The key ,The top secret ทั้งๆที่ความจริงเล่มที่เป็น original นั่นคือสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดอยู่แล้ว

ในบทความนี้ผมเชื่อว่าการที่คุณเข้ามาอ่านก็เป็นผลพวงจากกฎเช่นเดียวกัน คุณเองก็น่าจะเคยอ่านหนังสือหรือเข้าใจถึง Law of Attraction มาบ้าง คุณรู้ดีว่าต้องคิดบวก มีทัศนคติมองโลกในแง่ดี คิดถึงสิ่งที่ต้องการ… จริงอยู่ที่คุณสามารถคิดในเชิงบวกได้ “เมื่อคุณอยากจะคิด” แต่มันไม่ได้เกิดขึ้นตลอด และกฎจะทำงานขึ้นก็ต่อเมื่อ “คุณสัมผัสได้” ถูกต้องแล้วครับ คุณต้องรู้สึกถึงหรือสัมผัสได้ถึงมันอยู่ตลอดเวลาด้วย

กุญแจของกฎแห่งแรงดึงดูดมาจากความรู้สึก

สาเหตุเดียวที่ผู้คนไม่สามารถใช้พลังของกฎแห่งจักรวาลสากลนี้ได้ คือจิตวิญญาณ(spiritual) ของพวกเขา “ไม่ได้รู้สึกหรือสัมผัสถึงมัน” คนส่วนใหญ่ที่คิดอยากจะรวยไม่ได้พอใจกับความร่ำรวยที่ตัวเองมี คนที่คิดอยากจะมีรักแท้ กลับรู้สึกไม่พอใจกับรักที่ตัวเองมีอยู่

 “Resenting the rich is one of the surest ways to stay broke”

การไม่พอใจความรวยเป็นหนึ่งในวิธี ที่จะทำให้คุณไม่รวยสักที  T. Harv Eker

และความยากมันอยู่ตรงนี้ “ทำยังไงให้มีความรู้สึกดี” ทั้งๆที่หลักฐานก็เห็นอยู่ทนโท่ว่ามันยังขาดอยู่

“ฉันจะไปรู้สึกว่าตนเองร่ำรวยได้ไงฟร่ะ ค่าไฟก็ยังไม่ได้จ่าย รถก็ยังต้องผ่อน เงินในบัญชีก็ร่อยหรอ จะให้หลอกตัวเองหรือไง “

นี่แหละครับปัญหา เขาหรือเธอไม่ได้รู้สึกว่าตนเองร่ำรวย ถึงจะพยายามคิดบวกแค่ไหน แต่ความรู้สึกมันยัง “ขาด” มันก็จะขาดอยู่อย่างนั้น กลับกลายเป็นว่าเราใช้พลังของกฎในการดึงดูดแบบขาดๆ

วิธีการใช้ความรู้สึกว่าตัวเองร่ำรวย

คนที่ปากบอกเข้าใจกฎแห่งแรงดึงดูด เขาจะบอกอยู่แค่ในเรื่องของวิธีคิด คนที่เข้าใจจริงๆเขาจะบอกถึงการขอบคุณ แท้จริงนั้นคนเราทุกข์เพราะชอบไปเปรียบเทียบกับคนอื่น มองในสิ่งที่ขาด คุณต้องหัดคิดแก้ปัญหาโดยการมองเห็นค่าในสิ่งที่มีอยู่แล้ว คุณจะพบว่าชีวิตคุณมีอะไรมากกว่าที่คิดเยอะ แต่คุณแทบไม่เคยมองเห็นค่ามันเลย

กฏมันเอาไว้คิดเพื่อให้มีทิศทาง แต่มันจะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อคุณมีความรู้สึกสำนึกรู้คุณจากสิ่งที่มีอยู่แล้วก่อน คุณถึงต้องสร้างจิตวิญญาญของความมั่งคั่งขึ้นมา

If you want to feel rich just count the things you have that money can’t buy.

ถ้าคุณอยากรู้สึกถึงความร่ำรวยลองนับสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ดู เทคนิคหนึ่งที่ต้องทำในทุกวัน “นับสิ่งที่เรามีอยู่แล้วแต่เงินซื้อไม่ได้”

ถ้ามีคนมาขอซื้อแขนคุณ 10 ล้าน คุณจะขายไหม ? ขา 100 ล้าน จะกี่ล้านก็ไม่ขาย ในเรื่องของมิตรภาพก็เช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่มีมูลค่าให้นับไปเลย เพียงเท่านี้คุณก็มีเงินเป็นล้านทุกวันแล้วครับ

list เขียนมันลงไปในกระดาษ ครอบครัว มิตรภาพ สุขภาพ ความรู้เดิมที่มีอยู่ ความฝัน วิสัยทัศน์ของตัวเอง แล้วลองให้มูลค่าต่อท้ายสิ่งที่เขียนไปแต่ละอย่างด้วยนะ…  ขอบคุณ ขอบคุณถึงงาน ขอบคุณถึงรายรับที่ได้ ขอบคุณทุกสิ่งที่มีอยู่ หัดดูและทบทวนสิ่งเหล่านี้เป็นประจำทุกวัน

เมื่อคุณตอกย้ำสิ่งที่คุณมีไปทุกวัน มันจะทำให้คุณรู้สึกว่าคุณรวย เหลือเฟือ ก่อนจะมีอะไรได้คุณต้องเป็นสิ่งนั้นก่อน เป็นจากภายใน inside out ความรู้สึกร่ำรวยมันจะดึงดูดความร่ำรวยที่แท้เข้ามา แล้วคุณจะมีมากขึ้นๆทุกวัน

คนส่วนใหญ่มักจะทำพลาดเอาเป้าหมายไปผูกกับอนาคต “ฉันต้องได้มันมาก่อนถึงจะมีความสุข” นั่นเป็นเรื่องที่ผิด ถ้าเราไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่มีอยู่แล้ว เราจะรู้สึกขาดอย่างเดียว ถ้าไม่ enjoy ไปกับชีวิต วันๆได้แต่คิด ได้แต่มองถึงสิ่งที่ยังไม่เห็น มื่อไหร่เป้าหมายจะมา เงินจะมา ความรักจะมา ชีวิตมันจะรู้สึกไม่สนุก ไม่ happy นั่นเท่ากับว่า “จะมีความสุขได้ ก็ต่อเมื่อมันมาถึง ?” อย่างนี้หรอ ไม่ใช่นะครับ

หลายคนคิดว่าต้องรวยก่อนถึงจะมีความสุข แต่ความจริงคุณต้องมีความสุขก่อนถึงจะรวย

คุณต้อง enjoy กับชีวิตที่มันเป็นอยู่ในทุกวันนี้ให้ได้ก่อน เงินทองเป้าหมายในอนาคต ให้มองมันเป็น bonus โลกภายในต้องมาก่อน mindset มันต้องได้ แล้วโลกข้างนอกก็จะเปลี่ยนตาม

Learn how to be happy with what you have While you pursue all that you want
เรียนรู้วิธีการมีความสุขจากสิ่งที่คุณมีอยู่แล้ว ในขณะที่คุณไล่ล่าตามในสิ่งที่คุณต้องการ – jim rohn

เมื่อคุณมีความรู้สึกของการเห็นคุณค่าจากสิ่งที่คุณมีแล้ว คุณก็ต้องมีความรู้สึกว่าอยากโตไปพร้อมกันด้วย take action ทำไปพร้อมกัน ทัศนคติจากภายในต้องถูกก่อน ถ้าจิตวิญญาณจากภายใน ยังทำไม่ได้ action ไปเท่าไร มันก็จะไม่ได้ผล เพราะยังรู้สึกขาดอยู่ Jim rohn กล่าวได้อย่างถูกต้องแล้ว  2 อย่างนี้ต้องไปพร้อมกัน

ในด้านของความรักก็เช่นกัน คุณก็ต้องไม่รู้สึกขาดถึงความรัก ไม่ใช่ว่าในโทรศัพท์เปิดมามีแต่เพลงเศร้า เพลงอกหัก เพลงช้ำรัก แล้วก็ได้แต่บ่น “เมื่อไหร่จะมีใคร ใครสักคนที่เป็นของเรา” ชีวิตไม่ได้เหมือนในละครนะครับ ที่ตนเองมีชีวิตตกอับ หลงทาง แล้วหวังอยากจะให้มีใครสักคนเข้ามาทำให้เราเปลี่ยนแปลง ชีวิตถึงจะดีขึ้น มันเป็นไปไม่ได้ในโลกแห่งความเป็นจริง

ถ้าถามว่ากฎแห่งแรงดึงดูดคืออะไร? ผมก็จะตอบว่า “มันคือการเรียนรู้ให้เห็นถึงคุณค่าของสิ่งที่ตนเองมี จนเกิดเป็นอารมณ์ที่รู้สึกมีมันอยู่ตลอด” จนเมื่อรู้สึกดีขึ้นมากฎมันก็จะทำงาน Like attracts like. สิ่งที่เหมือนกัน ย่อมถูกดึงดูดเข้าหากัน  Warren Buffett เองก็ยังบอกเลยว่า “อย่าเสี่ยงในเวลาที่รู้สึกแย่” หากคุณปรารถนาสิ่งใดคุณต้องเรียนรู้ที่จะ “รู้สึก” ถึงสิ่งนั้นก่อน จริงๆนะ


 

3 Comments

  • atene
    08/11/2016 08:19

    thank you so much for sharing this, i do believe that the law of attractive brings me here as well. there is no coincidence but it is synchronicity

  • sukunya
    04/12/2016 21:35

    `วิเศษจริงๆ เหมือนเคยทำแต่ไม่รู้ตัว

  • punbongkoch
    13/06/2017 11:41

    ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณคะ